Rolex Oyster Perpetual 41 100th Anniversary Edition การเฉลิมฉลองหนึ่งศตวรรษแห่งนวัตกรรมตัวเรือนกันน้ำระดับตำนาน

ย้อนกลับไปในปี 1926 Rolex ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับอุตสาหกรรมนาฬิกา ด้วยการเผยโฉมตัวเรือน Oyster ซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการผลิตนาฬิกาที่สามารถกันน้ำและกันฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวเรือนดังกล่าวได้รับการพิสูจน์ความแข็งแกร่งผ่านเหตุการณ์สำคัญอย่างการที่ Mercedes Gleitze สวมนาฬิกา Rolex ว่ายข้ามช่องแคบอังกฤษในปี 1927 และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของนวัตกรรมเปลี่ยนโลกนี้ ในปี 2026 Rolex จึงได้เปิดตัวรุ่นพิเศษ 100th Anniversary Edition ที่ผสมผสานความเรียบง่ายดั้งเดิมเข้ากับรายละเอียดสุดพิเศษ

นาฬิกาเรือนพิเศษนี้โดดเด่นด้วยหน้าปัดสี Slate ขัดแต่งลวดลาย Sunray ที่เล่นกับแสงได้อย่างสวยงาม พร้อมเข็มและหลักชั่วโมงแบบแท่ง ผลิตจาก Yellow Gold 18k เคลือบด้วยสารเรืองแสง Chromalight ที่ให้แสงสว่างสีฟ้าในที่มืด จุดที่พิเศษที่สุดคือการสลักข้อความ “100 years” แทนที่คำว่า “Swiss Made” บริเวณ 6 นาฬิกา และมีการใช้สีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์บนสเกลนาทีและโลโก้ ปกป้องหน้าปัดด้วยกระจก Sapphire พร้อมเคลือบสารกันสะท้อน

ตัวเรือนขนาด 41 มิลลิเมตร หนา 11.6 มิลลิเมตร ผลิตจากวัสดุ Oystersteel ขัดเงาบริเวณด้านข้างและขัดด้านบริเวณพื้นผิว มาพร้อม Bezel ทรงโดมทำจาก Yellow Gold 18k มอบลุคแบบ Rolesor ที่ดูสุขุม นาฬิกาสามารถกันน้ำได้ลึก 100 เมตร ทำงานด้วยระบบฝาหลังแบบขันเกลียวและเม็ดมะยมระบบกันน้ำสองชั้น ที่สลักตัวเลข “100” แบบนูน ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติแบบ In-House Calibre 3230 ทำงานด้วยความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง ติดตั้ง Chronergy Escapement และ Parachrom Hairspring ให้พลังงานสำรอง 70 ชั่วโมง พร้อมความแม่นยำระดับ Superlative Chronometer ที่ +/- 2 วินาทีต่อวัน มาพร้อมกับสาย Oyster วัสดุเหล็กล้วนพร้อมชุดล็อก Oysterclasp และระบบ Easylink ปรับขยายสายได้ 5 มิลลิเมตร

สำหรับคอลเลกชัน Oyster Perpetual ในปีนี้ ยังมีการเปิดตัวนาฬิรุ่นใหม่ ที่มาพร้อมกับหน้าปัด “Jubilee Dial” หรือนักสะสมชาวไทยจะเรียกหน้าปัดแบบนี้ว่า “หน้าคอม” ซึ่งถูกนำมาใช้บนหน้าปัดของนาฬิกา Rolex เป็นครั้งแรกในทศวรรษที่ 1970s โดยมีการพิมพ์ลวดลายคำว่า “ROLEX” ซ้ำ ๆ กระจายอยู่บนหน้าปัด ที่มีการใช้เทคนิคพิมพ์ลายละเอียดลงไปทีละเลเยอร์ในสีสันต่าง ๆ จนเต็มแผ่นหน้าปัด โดยมีให้เลือกใน 3 ขนาดตัวเรือนได้แก่ 41 , 36 และ 31 มิลลิเมตร

ในส่วนของรุ่น Oyster Perpetual 34 และ 28 มีการเปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ที่ใช้วัสดุล้ำค่าอย่าง Yellow gold 18K และวัสดุ Everose Gold 18K ทั้งตัวเรือนและสายที่เรียกว่า “Full Gold” โดยภายในขับเคลื่อนด้วยกลไก Calibre 2232 พร้อมพลังงาน 55 ชั่วโมง ไว้เป็นทางเลือกสำหรับคนที่ชอบนาฬิกาที่เรียบแต่หรูหราเพิ่มเติมในปีนี้อีกด้วย

เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี ของการคิดค้นตัวเรือน Oyster ที่สามารถกันน้ำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเป็นครั้งแรกในโลก ทาง rolex ได้มีการรีเฟรชคอลเลกชัน Sport Classic ของปีนี้ นั่นคือนาฬิการุ่นใหม่ล่าสุดในคอลเลกชัน Datejust 41 ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1945 โดยมาพร้อมกับฟังก์ชันบอกวันที่ในนาฬิกากลไกไขลานอัตโนมัติเป็นครั้งแรกของโลก โดยปีนี้มีการเพิ่มสี Ombré Lacquer Green หรือหน้าปัดสีเขียวไล่เฉดที่มีการเคลือบเงาอย่างประณีตงดงาม โดยเลือกใช้สีเขียวซึ่งเป็นสีธีมของแบรนด์มาอย่างยาวนาน โดยมาในรุ่นตัวเรือน Oystersteel พร้อมขอบ Bezel วัสดุ White gold 18K แบบ Fluted กับสาย Oyster แบบขัดเงาสลับด้าน ที่ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไก Calibre 3235 พร้อมพลังงาน 70 ชั่วโมง

ปิดท้ายด้วยนาฬิการุ่นใหม่ล่าสุดในปีนี้ จากคอลเลกชัน Day-Date ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1956 ซึ่งมีการเพิ่มช่องบอกวันในสัปดาห์เป็นครั้งแรก โดยถือเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์อันโดดเด่นของ Rolex มาอย่างยาวนานจนถึงวันนี้เป็นเวลา 70 ปี และในคอลเลกชันนี้จะถูกผลิตขึ้นพร้อมกับวัสดุตัวเรือนและสายแบบ Precious Metal เท่านั้น และเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี ทาง Rolex ได้เปิดตัวนาฬิกา Day-Date รุ่นพิเศษที่มาพร้อมกับตัวเรือนและสายแบบ President ซึ่งมีเฉพาะในคอลเลกชันนี้เท่าน้น โดยผลิตจากวัสดุ “Jubilee Gold” ซึ่งเป็นโลหะผสมระหว่างสีของ White gold , Everose gold และ Yellow gold เข้าไว้กันอย่างลงตัว และทาง Rolex เลือกหน้าปัดสีเขียวอ่อนจากหินธรรมชาติในตระกูลควอตซ์ที่มีลวดลายที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติบนพื้นผิว และมีการประดับเพชร baguette ไว้ที่หลักชั่วโมง ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติ Calibre 3255 พร้อมพลังงานสำรองยาวนาน 70 ชั่วโมง

Rolex Oyster Perpetual 41 100th Anniversary Edition

Ref. 134303 – 41 mm
ราคา 348,600 บาท

Rolex Oyster Perpetual “Jubilee Dial”

Ref. 134300 – 41 mm
ราคา 255,000 บาท
Ref. 126000 – 36 mm
ราคา 243,000 บาท
Ref. 277200 – 31 mm
ราคา 227,100 บาท

Roelx Oyster Perpetual Full gold

Ref. 124208 – 34 mm Yellow gold
ราคา 1,278,700 บาท
Ref. 124205 – 34 mm Everose gold
ราคา 1,378,300 บาท
Ref. 276208 – 28 mm Yellow gold
ราคา 1,087,500 บาท
Ref. 276205 – 28 Everose gold
ราคา 1,183,000 บาท

Rolex Oyster Perpetual Datejust

Ref. 126334
ราคา 422,300 บาท

Rolex Oyster Perpetual Day-Date

Ref. 228235
ราคา 62,700 USD
ทั้งหมดวางจำหน่าย พฤษภาคม 2026
รายละเอียดเพิ่มเติม rolex.com

Initial Thoughts

Rolex Oyster Perpetual 41 รุ่นฉลอง 100 ปีนี้ คือการแสดงความเคารพต่อมรดกของแบรนด์ได้อย่างพอเหมาะพอดี การเลือกใช้สี Slate ตัดกับเข็มทองและตัวอักษรสีเขียวช่วยเพิ่มความพิเศษโดยไม่ทำลายความมินิมอลที่เป็นเสน่ห์ของตระกูล OP การเปลี่ยนข้อความที่ 6 นาฬิกาเป็น “100 years” ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่หาได้ยากและสร้างคุณค่าในเชิงการสะสมได้อย่างมาก แม้ภาพรวมจะดูเรียบง่าย แต่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้คือสิ่งที่นักสะสมทั่วโลกต่างโหยหาและน่าจะเป็นหนึ่งในรุ่นที่ถูกกล่าวขวัญถึงมากที่สุดในปีนี้ รวมทั้งนาฬิการุ่นอื่น ๆ ที่ตามซึ่งแต่ละรุ่นมีความโดดเด่นที่แตกต่างกันไป