หากย้อนกลับไปถึงประวัติความเป็นมา Rolex มีความผูกพันกับโลกแห่งการล่องเรือมาอย่างยาวนาน โดย Yacht-Master II เปิดตัวครั้งแรกในปี 2007 ในฐานะนาฬิกาที่มีความซับซ้อนสูงที่สุดรุ่นหนึ่งของแบรนด์ ด้วยฟังก์ชัน Regatta Countdown ที่จะมีอยู่นาฬิกาจับเวลาสำหรับการแข่งขันเรือใบ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้นักแข่งเรือสามารถจับเวลาช่วงก่อนปล่อยตัวได้อย่างแม่นยำ โดยมีความเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับรุ่นพี่อย่าง Yacht-Master รุ่นดั้งเดิม แต่ยกระดับด้วยฟังก์ชันทางเทคนิคที่ซับซ้อนกว่าเพื่อการใช้งานในสนามแข่งขันจริง
หน้าปัดมาในแบบแลคเกอร์สีขาวด้าน ที่เน้นความชัดเจนในการอ่านค่า ชุดเข็มและหลักชั่วโมง ทำจากวัสดุ White Gold 18K ในรุ่น Oystersteel และ Yellow Gold 18K ในรุ่นตัวเรือน Yellow gold 18K พร้อมเคลือบสารเรืองแสง Chromalight ที่ให้ความสว่างสีฟ้าในที่มืด ส่วนที่เป็นจุดเด่นคือสเกลนับถอยหลัง 10 นาทีบริเวณขอบหน้าปัดด้านใน และเข็มจับเวลาถอยหลังหัวลูกศรสีแดงหรือสีทองที่ดูโดดเด่นสะดุดตา กระจกหน้าปัด Sapphire ป้องกันรอยขีดข่วนได้ดีเยี่ยม
ตัวเรือนขนาด 44 มิลลิเมตร หนา 13.9 มิลลิเมตร ผลิตจากวัสดุทางเลือกสองรูปแบบคือ Oystersteel มาพร้อมขอบตัวเรือนหมุนได้สองทิศทาง ติดตั้งขอบเซรามิก Cerachrom สีน้ำเงินพร้อมตัวเลขเคลือบด้วย Platinum หรือทองคำ ระบบเม็ดมะยมแบบ Triplock ขันเกลียวแน่นหนาป้องกันน้ำเข้าได้ 3 ชั้น ขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติแบบ In-House Calibre 4162 ทำงานด้วยความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง (4 Hz) ให้พลังงานสำรอง 72 ชั่วโมง ผ่านการรับรองความเที่ยงตรงระดับ Superlative Chronometer สายนาฬิกาแบบ Oyster พร้อมระบบล็อก Oysterlock และระบบขยายสาย Easylink 5 มิลลิเมตร เพื่อความสบายในการสวมใส่
Rolex Yacht-Master II
Ref. 126680 – Oystersteel
ราคา 733,000 บาท
Ref. 126688 – Yellow gold 18K
ราคา 2,091,400 บาท
วางจำหน่าย พฤษภาคม 2026
รายละเอียดเพิ่มเติม rolex.com
Initial thoughts
การปรับปรุง Yacht-Master II ในครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำตำแหน่งเจ้าแห่งนาฬิกาฟังก์ชันเฉพาะทางของ Rolex ได้อย่างน่าสนใจ แม้ตัวเรือนขนาด 44 มิลลิเมตรจะดูใหญ่สำหรับข้อมือทั่วไป แต่สำหรับนักเดินเรือหรือผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกาที่มีตัวตนเด่นชัดบนข้อมือ นี่คือหนึ่งในตัวเลือกที่ทรงพลังที่สุด การเปลี่ยนมาใช้กลไก Calibre 4162 ไม่เพียงแต่เพิ่มประสิทธิภาพในด้านพลังงานสำรอง แต่ยังแสดงถึงการพัฒนาทางวิศวกรรมที่ Rolex มุ่งเน้นให้การใช้งานฟังก์ชัน Regatta Countdown ทำได้ง่ายและเสถียรยิ่งขึ้น ถือเป็นนาฬิกาที่ผสมผสานความหรูหราเข้ากับความซับซ้อนเชิงกลไกได้อย่างไร้ที่ติ








