ย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ คอลเลกชัน Endeavour ถือเป็นตัวแทนของความสง่างามแบบคลาสสิกที่มักจะถูกนำมาตีความใหม่ด้วยเอกลักษณ์ที่คาดไม่ถึงเสมอ ไม่ว่าจะเป็นหน้าปัดแบบคอนเซปต์ ที่ตัดรายละเอียดทุกอย่างออก หรือการใช้สีสันที่โดดเด่น สำหรับรุ่นใหม่นี้เป็นการนำเอาจิตวิญญาณของความคลาสสิกมาพบกับนวัตกรรมกลไกที่เคยเปิดตัวในรุ่น Streamliner เมื่อปี 2024 โดยเน้นความบางและการทำงานที่ซับซ้อนของกรงตูร์บิยองที่ลอยเด่นอยู่บนหน้าปัด
รายละเอียดของมาในรูปแบบ Openworked ที่เน้นความสมมาตรและการเปิดเผยกลไกภายใน แผ่นฐานและสะพานจักรถูกเคลือบด้วยสี Anthracite ตกแต่งผิวสัมผัสแบบลากเส้นซาตินดูทันสมัย ตัดกับเข็มนาฬิกาทรงใบไม้และหลักชั่วโมงที่เคลือบด้วย Red Gold เพื่อความชัดเจนในการอ่านค่า ฟังก์ชันการแสดงผลประกอบด้วยเข็มชั่วโมงและนาที โดยมีไฮไลต์อยู่ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา คือชุด Flying Tourbillon ที่หมุนครบรอบใน 1 นาที มาพร้อม Double Hairspring ซึ่งช่วยเพิ่มความเที่ยงตรงในการทำงาน ครอบทับด้วยกระจกแซฟไฟร์พร้อมเคลือบสารตัดแสงสะท้อนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
ตัวเรือนผลิตจากวัสดุ Red Gold 18K 5N ขนาด 40.0 มิลลิเมตร หนา 10.7 มิลลิเมตร มอบความรู้สึกหรูหราและสวมใส่สบาย ตัวเรือนมีลักษณะโดดเด่นด้วยขอบตัวเรือนแบบเว้าและด้านข้างตัวเรือนที่มีการขัดเงาสลับกับลายนูนแนวตั้งแบบด้าน ระบบเม็ดมะยมเป็นทรงกรวยขัดเงาเรียบหรู สามารถกันน้ำได้ที่ระดับ 30 เมตร ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไก In-house ระบบไขลานอัตโนมัติ Calibre HMC 814 ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจาก HMC 804 โดยใช้ระบบขึ้นลานแบบสองทิศทาง ทำงานด้วยความถี่ 21,600 ครั้งต่อชั่วโมง สำรองพลังงานนานถึง 72 ชั่วโมง รายละเอียดการขัดแต่งตัวกลไกมีความประณีตด้วยการลบเหลี่ยมมุมและใช้โรเตอร์ที่ทำจาก Red Gold 18K แบบโปร่ง สายหนังจระเข้ผิวแบบนูบัคสีน้ำตาลเข้มเย็บด้วยมือพร้อมหัวเข็มขัดแบบหัวเข็มวัสดุ Red gold 18K 5N
H. Moser & Cie. Endeavour Tourbillon Skeleton
Ref. 1814-0400
ราคา 85,400 CHF
วางจำหน่าย กุมภาพันธ์ 2026
รายละเอียดเพิ่มเติม h-Moser.com
Initial thoughts
H. Moser & Cie. ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำในด้าน Independent Watchmaking ที่สามารถรักษาสมดุลระหว่างความล้ำสมัยและความคลาสสิกได้อย่างดีเยี่ยม การนำกลไก HMC 814 มาใส่ในตัวเรือน Endeavour ไม่เพียงแต่ทำให้ตัวเรือนดูเพรียวบางลง แต่ยังเป็นการโชว์งานวิศวกรรม Double Hairspring ที่มีความซับซ้อนสูงผ่านงานดีไซน์ที่โปร่งตา นับเป็นเรือนเวลาที่ตอบโจทย์นักสะสมที่ชื่นชอบงานฝีมือประณีตและต้องการนาฬิกาที่มีบุคลิกโดดเด่นไม่ซ้ำใคร








