Hublot Spirit of Big Bang Year of the Horse จิตวิญญาณแห่งอาชาผสานกับนวัตกรรมคาร์บอนอันล้ำสมัย

Hublot เฉลิมฉลองปีนักษัตร “ม้า” ด้วยผลงานชิ้นเอกที่นำเสนอปรัชญา “Art of Fusion” ผ่านการสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงมรดกทางวัฒนธรรมเข้ากับวัสดุศาสตร์สมัยใหม่ โดยนาฬิกาเรือนนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากความสำเร็จของคอลเลกชั่น Spirit of Big Bang ที่มีรูปทรงถังเบียร์อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งก่อนหน้านี้ Hublot มักจะนำเสนอผลงานรุ่นพิเศษที่เชื่อมโยงกับศิลปะระดับโลกและวัฒนธรรมตะวันออกอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำในการนำวัสดุสังเคราะห์มาสร้างสรรค์เป็นงานศิลปะชั้นสูง

ความโดดเด่นของนาฬิกาเรือนนี้อยู่ที่หน้าปัดซึ่งถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยเทคนิค Marquetry หรืองานประดับตกแต่งด้วยชิ้นส่วนขนาดเล็ก โดยใช้วัสดุคาร์บอนที่ถูกวางด้วยมือทีละชิ้นเพื่อสร้างรูปภาพม้าที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างทรงพลัง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะยุคราชวงศ์ถังอันเป็นยุคทองของประวัติศาสตร์จีน เส้นสายของรูปม้าถูกล้อมกรอบด้วย Brass 3N Gold-plated เพื่อเลียนแบบงานปักบนชุดพิธีการแบบโบราณ บนพื้นหลังแลคเกอร์สีดำ ที่ช่วยเพิ่มมิติความลึก ชุดเข็มชั่วโมงและนาทีเป็นแบบโปร่ง เพื่อให้สามารถมองเห็นความงามของงานศิลปะบนหน้าปัดได้อย่างชัดเจนโดยไม่มีหลักชั่วโมงมาบดบัง ครอบทับด้วยกระจกแซฟไฟร์เคลือบสารกันสะท้อน

ตัวเรือนทรง Tonneau หรือทรงถังเบียร์ ขนาด 42 มิลลิเมตร ผลิตจากวัสดุ Frosted Carbon ซึ่งเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบาแต่มีความแข็งแกร่งสูงและมีลวดลายเฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละเรือน มีความสามารถในการกันน้ำที่ระดับ 100 เมตร มาพร้อมกับระบบเม็ดมะยมแบบขันเกลียวและปุ่มกดที่ออกแบบมาให้เข้ากับรูปทรงตัวเรือนอย่างลงตัว ขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติ Calibre MHUB1710 ทำงานด้วยความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง (4Hz) พลังงานสำรองยาวนาน 50 ชั่วโมง รายละเอียดการขัดแต่งกลไกมาในโทนสีดำ พร้อมโรเตอร์ที่ผลิตจาก Tungsten แบบฉลุโปร่งมองเห็นได้ผ่านฝาหลังแซฟไฟร์รมดำ และมาพร้อมกับสายหนังวัวสีดำประกบยางพร้อมตัวล็อกสายแบบบานพับ

Hublot Spirit of Big Bang Year of the Horse

Ref. 642.QK.0113.VR.HOR26
ผลิตจำนวนจำกัด 88 เรือน
ราคา 1,287,000 บาท
วางจำหน่าย กุมภาพันธ์ 2026
รายละเอียดเพิ่มเติม hublot.com

Initial thoughts 

Hublot Spirit of Big Bang Year of the Horse ไม่ได้เป็นเพียงแค่นาฬิกาที่สร้างขึ้นเพื่อเกาะกระแสปีนักษัตร แต่เป็นบทพิสูจน์ถึงความก้าวหน้าในงานฝีมือระดับสูง การนำวัสดุที่มีภาพลักษณ์สปอร์ตจ๋าอย่างคาร์บอนมาทำเป็นงานศิลปะแบบ Marquetry แทนที่จะเป็นงานลงยาหรือแกะสลักแบบดั้งเดิม ถือเป็นการท้าทายขนบเดิมๆ ของนาฬิกา Luxury ได้อย่างน่าสนใจ นอกจากนี้การเลือกผลิตเพียง 88 เรือน ซึ่งเป็นตัวเลขมงคล ยิ่งทำให้เรือนนี้กลายเป็นของสะสมที่ทรงคุณค่าทั้งในแง่ของงานศิลปะและมูลค่าทางจิตใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกาที่มีเรื่องราวทางวัฒนธรรมในรูปลักษณ์ที่ทันสมัย