สำหรับ Blancpain ความรักคือแรงบันดาลใจที่ไม่เคยหยุดนิ่ง โดยเฉพาะในคอลเลกชัน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์ที่สะท้อนถึงขนบธรรมเนียมการประดิษฐ์นาฬิกาแบบดั้งเดิมมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นมา Blancpain ได้สืบสานประเพณีการเปิดตัวเรือนเวลาสเปเชียลเอดิชันเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความรักเป็นประจำทุกปี โดยในปี 2026 นี้ ถือเป็นวาระครบรอบปีที่ 26 ของธรรมเนียมดังกล่าว แบรนด์จึงได้นำเอาความอ่อนช้อยของงานศิลปะบนข้อมือสุภาพสตรีมาถ่ายทอดผ่านรหัสพันธุกรรมของ Villeret ที่เน้นความคลาสสิกและเหนือกาลเวลา
ความโดดเด่นเริ่มต้นด้วยหน้าปัดที่ทำจาก Mother-of-pearl หรือเปลือกหอยมุกสีขาวบริสุทธิ์แบบ Nacre Perlée ซึ่งผ่านการคัดเลือกอย่างพิถีพิถันจากส่วนที่โค้งมนที่สุดของเปลือกหอย ซึ่งคิดเป็นเพียง 2% ของวัสดุที่ใช้ได้ทั้งหมด เพื่อให้ได้ลวดลายที่ละเอียดอ่อนและสะท้อนแสงอย่างมีมิติ บนหน้าปัดปราศจากหลักชั่วโมงเพื่อเน้นความสะอาดตา โดยมีจุดนำสายตาอยู่ที่เพชรเจียระไนรูปหัวใจ บริเวณตำแหน่ง 12 นาฬิกา สอดรับกับเข็มนาฬิกาทรงใบไม้แบบฉลุโปร่งที่เคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวล ปกป้องหน้าปัดด้วยกระจกแซฟไฟร์ป้องกันรอยขีดข่วน
ตัวเรือนขนาด 21.50 มิลลิเมตร หนาเพียง 8.20 มิลลิเมตร ผลิตจากวัสดุ White Gold 18K ขอบ Bezel ประดับด้วยเพชรน้ำงามน้ำหนักรวม 0.5 กะรัต มีความสามารถกันน้ำได้ระดับ 30 เมตร มาพร้อมรูปทรงแบบขอบสองชั้นอันเป็นเอกลักษณ์ของตระกูล Villeret ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติ แบบ In-House Calibre 615 ทำงานด้วยความถี่ 21,600 รอบต่อชั่วโมง (3Hz) ติดตั้ง Silicon Balance Spring เพื่อคุณสมบัติป้องกันสนามแม่เหล็ก พลังงานสำรอง 38 ชั่วโมง พร้อมฝาหลังแบบโปร่งใสที่โชว์การขัดแต่งสุดประณีตและโรเตอร์ที่สลักรูปหัวใจสื่อถึงความรัก และมาพร้อมกับสายหนังจระเข้สี “Chérie red” หรือสีแดงเชอรี่กับตัวล๊อกแบบหัวเข็มขัดวัสดุ White Gold 18K
Blancpain Villeret Saint Valentin 2026
Ref. 0063G 1954 55A
ผลิตจำนวนจำกัด 14 เรือน
ราคา 780,000 บาท
วางจำหน่าย กุมภาพันธ์ 2026
รายละเอียดเพิ่มเติม blancpain.com
Initial thoughts
Blancpain Villeret Saint-Valentin 2026 ไม่ได้เป็นเพียงนาฬิกาสำหรับเทศกาลเท่านั้น แต่คืองานศิลปะขนาดจิ๋ว ที่สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญในกลไกขนาดเล็กของแบรนด์ การเลือกใช้หน้าปัดมุก Nacre Perlée และเพชรรูปหัวใจเพียงเม็ดเดียวเป็นการตัดสินใจด้านดีไซน์ที่ชาญฉลาด เพราะช่วยลดทอนความซับซ้อนและเพิ่มความหรูหราแบบ Minimalist ได้อย่างลงตัว สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดคือจำนวนการผลิตเพียง 14 เรือน ซึ่งสื่อถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ทำให้เรือนเวลารุ่นนี้กลายเป็นของสะสมที่หายากและมีคุณค่าทางใจสูงมากสำหรับสุภาพสตรีที่หลงใหลในความประณีตระดับ Haute Horlogerie








