Franck Muller Vanguard Sport Asia Pacific Exclusive นาฬิกาสปอร์ตหรูดีไซน์เอกลักษณ์สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

Franck Muller ก่อตั้งขึ้นในปี 1991 โดยปรมาจารย์นักประดิษฐ์นาฬิกา Franck Muller และ Vartan Sirmakes โดยเป็นหนึ่งในบริษัทนาฬิกาอิสระที่ได้รับการยกย่องอย่างสูงในยุคปัจจุบัน แบรนด์เป็นที่รู้จักในด้านนวัตกรรมที่ซับซ้อนและการสร้างสรรค์เรือนเวลาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากโรงงานใน Genthod , Geneva หรือที่รู้จักในนาม Watchland สำหรับคอลเลกชัน Vanguard ถือเป็นซีรีส์เรือนเวลาที่สะท้อนถึงความร่วมสมัยและจิตวิญญาณแห่งการผจญภัย โดย Vanguard Sport Asia Pacific Exclusive รุ่นนี้ยังคงรากฐานของรูปทรงอันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ แต่เพิ่มความคล่องตัวและการใช้งานที่หลากหลายในชีวิตประจำวัน

หน้าปัดของรุ่นนี้โดนเด่นด้วยเทคนิคการขัดแบบลายเส้น พร้อมลวดลาย Sun guilloché ซึ่งมีลักษณะเป็นเส้นวงกลมที่แผ่ออกมาจากจุดศูนย์กลาง ช่วยสร้างมิติการสะท้อนแสงที่สวยงามบนข้อมือ ตัวเลขบอกเวลาแบบ Appliqué หรือเลขอารบิกแบบนูนที่ถูกลงสีและติดตั้งด้วยมืออย่างประณีต หน้าปัดถูกปกป้องด้วยกระจกแซฟไฟร์ พร้อมแสดงฟังก์ชันชั่วโมง , นาที , วินาที และวันที่ตรงตำแหน่ง 6 นาฬิกา

ตัวเรือนขนาด 42.5 มิลลิเมตร หนา 9.3 มิลลิเมตร ผลิตจากวัสดุ Stainless Steel ขัดเงาด้วยมือ สามารถกันน้ำได้ระดับ 30 เมตร ดีไซน์ตัวเรือนโดดเด่นด้วยการใส่สีสันที่ด้านข้างเพื่อความสมดุลและเข้ากับสีของตัวเลขและสาย ขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติ Cal. MVD 2536-SCDT ทำงานด้วยความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง พลังงานสำรองนาน 42 ชั่วโมง พร้อมการขัดแต่งตามมาตรฐานศิลปะการทำนาฬิกาชั้นสูง เช่น ลาย Côtes de Genève , Perlage และ Beveling อย่างพิถีพิถัน นาฬิกามาพร้อมกับหนังจระเข้ที่บุหน้าหลังด้วยยางเพื่อความทนทานในการใช้งาน พร้อมตัวล็อกสาย Stainless steel แบบบานพับ

Franck Muller Vanguard Sport Asia Pacific Exclusive

Ref. V 43 SC DT SPO
ราคา สอบถามที่ SHH Pendulum
วางจำหน่าย กุมภาพันธ์ 2026
รายละเอียดเพิ่มเติม franckmuller-asiapacific.com

Initial thoughts

การเผยโฉม Vanguard Sport รุ่นพิเศษสำหรับเอเชียแปซิฟิกในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการนาฬิกาที่มีรูปลักษณ์โดดเด่น แต่ยังสามารถสวมใส่ได้จริงในทุกโอกาส ความน่าสนใจอยู่ที่การใช้เทคนิค Guilloché แบบวงกลมบนหน้าปัดที่ปัดลายเส้น ซึ่งช่วยยกระดับความหรูหราให้ดูมีความเป็นโมเดิร์นมากขึ้นกว่ารุ่นมาตรฐาน เมื่อบวกกับตัวเรือนที่มีความหนาเพียง 9.3 มิลลิเมตร ทำให้เรือนเวลานี้มีความเพรียวบางและสวมใส่สบายภายใต้แขนเสื้อเชิ้ตหรือชุดสปอร์ตได้อย่างไร้ที่ติ ถือเป็นความสำเร็จในการผสมผสานงานฝีมือระดับสูงเข้ากับฟังก์ชันการใช้งานที่เข้าถึงง่าย