Rado Captain Cook High-Tech Ceramic Chronograph “Maritime Navy Blue” การกลับมาอย่างสมเกียรติของนาฬิกาดำน้ำระดับตำนาน สู่ความล้ำสมัยด้วยวัสดุสุดไฮเทค

ย้อนกลับไปในปี 1962 แบรนด์ Rado ได้สร้างความฮือฮาในวงการนาฬิกาดำน้ำด้วยการเปิดตัวคอลเลกชัน Captain Cook ซึ่งแตกต่างจากนาฬิกาประเภท Tool Watch ทั่วไปในยุคนั้น ด้วยดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่เน้นความสมบุกสมบันจนเกินไป แต่เปี่ยมด้วยความประณีต มีขนาดตัวเรือนดั้งเดิมที่กะทัดรัดเพียง 35 มิลลิเมตร ขอบตัวเรือนที่ลาดเอียงเข้าด้านใน และกระจกหน้าปัดอะคริลิกทรงโดม จนกระทั่งในปี 2017 คอลเลกชันนี้ได้รับการปลุกชีพขึ้นมาอีกครั้งโดยยังคงเสน่ห์ความวินเทจไว้อย่างครบถ้วน พร้อมทั้งกลายเป็นพื้นที่จัดแสดงนวัตกรรมวัสดุศาสตร์อันล้ำสมัยของแบรนด์ และในปี 2022 ทายาทรุ่นใหม่อย่างเวอร์ชัน Chronograph ขนาด 43 มิลลิเมตร ก็ได้เผยโฉมขึ้น จนนำมาสู่เรือนเวลาสปอร์ตหรูรุ่นล่าสุดประจำปี 2026 ที่มาในลุคทหารเรือสุดสง่างาม

หน้าปัดของนาฬิการุ่นนี้มาในสีน้ำเงินเนวี่ขัดแต่งผิวซันเรย์สะท้อนแสง มอบลุคเคร่งขรึมสไตล์ราชนาวี รายละเอียดบนหน้าปัดประกอบด้วยหน้าปัดย่อยจับเวลา 3 วง โดยมีหน้าปัดย่อยจับเวลา 12 ชั่วโมงอยู่ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา เหนือช่องหน้าต่างแสดงวันที่ หน้าปัดย่อยจับเวลา 30 นาทีอยู่ที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา และหน้าปัดย่อยแสดงวินาทีอยู่ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา ตัวเข็มชั่วโมงดีไซน์ทรงลูกศรขนาดใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์และเข็มนาทีทรงดาบเคลือบด้วย PVD สี Rose Gold พร้อมเคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova สีขาว เช่นเดียวกับหลักชั่วโมงแบบแปะที่ดูมีมิติ ในส่วนของเข็มจับเวลามีการแต่งแต้มปลายเข็มด้วยสีแดงสไตล์วินเทจ ซึ่งแมตช์กับตัวเลขวันที่สีแดงอย่างลงตัว ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกายังคงติดตั้งสัญลักษณ์ “สมอเรือ” หมุนได้สีทองบนพื้นจานทับทิมสังเคราะห์อันเป็นซิกเนเจอร์ ขอบเบเซลทำจาก High-Tech Ceramic สีน้ำเงินขัดเงา ลาดเอียงเข้าหาหน้าปัดตามแบบฉบับดั้งเดิม พร้อมเซาะร่องตัวเลขและบรรจุสารเรืองแสงสีขาว ทั้งหมดนี้ได้รับการปกป้องด้วยกระจกแซฟไฟร์ทรงกล่องที่เคลือบสารป้องกันการสะท้อนทั้งสองด้าน

ตัวเรือนได้รับการออกแบบในสไตล์ Monobloc ที่มีโครงสร้างชิ้นเดียวขนาด 43 มิลลิเมตร หนา 16.2 มิลลิเมตร ผลิตจากวัสดุ High-Tech Plasma Ceramic สีเทาเมทัลลิกคล้ายโลหะเหลว ซึ่งผ่านการอบด้วยความร้อนสูงถึง 20,000 องศาเซลเซียส มอบความแข็งแกร่งกว่าเหล็กกล้า ทนทานต่อรอยขีดข่วน มีน้ำหนักเบา โดยน้ำหนักรวมรวมสายอยู่ที่ 169 กรัมเท่านั้น สามารถกันน้ำได้ลึกถึงระดับ 300 เมตร รูปทรงตัวเรือนดูบึกบึนทรงพลัง เสริมความหรูหราด้วยเม็ดมะยมและปุ่มกดจับเวลาแบบขันเกลียวขนาดใหญ่ที่ทำจาก Steel เคลือบ PVD สีทองโรสโกลด์ ขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติ Calibre R801 (Base ETA A31) ซึ่งเป็นกลไกจับเวลาแบบโมดูลาร์ ทำงานด้วยความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง (4 Hz) ติดตั้ง Balance Spring Nivachron ที่มีคุณสมบัติต้านทานสนามแม่เหล็กได้อย่างดีเยี่ยม พลังงานสำรองยาวนาน 59 ชั่วโมง ฝาหลังผลิตจากวัสดุ Titanium เจาะช่องหน้าต่างกระจกแซฟไฟร์เพื่ออวดชิ้นส่วนกลไกที่ขัดแต่งอย่างประณีต สายนาฬิกาที่ทำจาก High-Tech Plasma Ceramic ลิงก์ข้อสายด้านข้างขัดด้านสลับกับข้อกลางขัดเงาเพื่อเล่นกับแสงเงา พร้อมชุดล็อกสายแบบบานพับสามทบผลิตจากวัสดุ Titanium

Rado Captain Cook High-Tech Ceramic Chronograph “Maritime Navy Blue”

Ref. R32195202
ราคา 224,700 บาท
วางจำหน่าย พฤษภาคม 2026
รายละเอียดเพิ่มเติม rado.com

Initial thoughts

การผสานรวมระหว่างประวัติศาสตร์อันยาวนานของคอลเลกชัน Captain Cook กับเทคโนโลยีวัสดุศาสตร์ชั้นสูงของ Rado ในเรือนเวลารุ่นนี้นับว่าเป็นการยกระดับนาฬิกาสปอร์ตจับเวลาได้อย่างน่าสนใจ การเลือกใช้เฉดสีน้ำเงิน Maritime Navy Blue ตัดกับประกายทองโรสโกลด์ PVD มอบภาพลักษณ์ที่ดูหรูหรา สง่างาม ทว่าแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายแบบเครื่องแบบทหารเรือเรือนฤกษ์ ถึงแม้ตัวเรือนขนาด 43 มิลลิเมตร และความหนากว่า 16 มิลลิเมตร จะดูค่อนข้างใหญ่และหนาบนข้อมือ แต่การเลือกใช้วัสดุไฮเทคพลาสม่าเซรามิกที่มีคุณสมบัติน้ำหนักเบาและการสัมผัสที่สบายผิว ก็สามารถช่วยชดเชยเรื่องขนาดและทำให้สวมใส่ใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างไม่ยากเย็น สำหรับผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกาดำน้ำที่มีเอกลักษณ์ทางดีไซน์เฉพาะตัวและต้องการฟังก์ชันจับเวลาที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมวัสดุ Rado เรือนนี้คือหนึ่งในตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม