ประวัติศาสตร์ของ TAG Heuer Formula 1 เริ่มต้นขึ้นในปี 1986 โดยเป็นนาฬิการุ่นแรกที่ใช้ชื่อแบรนด์ TAG Heuer อย่างเป็นทางการ คอลเลกชันนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อสะท้อนถึงวัฒนธรรมการแข่งรถ ความเร็ว และความมีชีวิตชีวาผ่านการใช้สีสันที่โดดเด่นและตัวเรือนวัสดุสังเคราะห์ที่ล้ำสมัยในยุคนั้น ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา Formula 1 ได้ปรับตัวเข้ากับยุคสมัยเสมอ จนกระทั่งในปี 2025 TAG Heuer ได้ก้าวเข้าสู่บทใหม่ด้วยการเปิดตัวกลไก Solargraph เป็นครั้งแรกในตระกูลนี้ เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่มองหาประสิทธิภาพที่มาพร้อมกับความยั่งยืน
หน้าปัดมาในรูปแบบ Opalin ที่มีความด้านและนุ่มนวล โดยมีให้เลือกทั้งสีเบจ, สีฟ้าพาสเทล และสีชมพูพาสเทล หลักชั่วโมงใช้แบบเคลือบโรเดียมขัดเงา ในขณะที่รุ่นพิเศษบางรุ่นจะตกแต่งด้วยหลักชั่วโมงประดับเพชร จำนวน 8 เม็ด เพื่อเพิ่มความหรูหรา ชุดเข็มชั่วโมงและนาทีเคลือบด้วยสารเรืองแสง Super-Luminova ให้แสงสีขาวในตอนกลางวันและเปล่งแสงสีเขียวในตอนกลางคืน แสดงวันที่ผ่านช่องหน้าต่างวันที่ บริเวณ 3 นาฬิกา ปกป้องหน้าปัดด้วยกระจกแซฟไฟร์แบบเรียบพร้อมเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อน
ตัวเรือนขนาด 38 มิลลิเมตร ผลิตจากวัสดุที่มีความล้ำสมัยอย่าง TH Polylight ที่โดดเด่นเรื่องความเบาเป็นพิเศษและให้สีสันที่คมชัด หรือเลือกเป็นวัสดุ Stainless steel พ่นทรายสำหรับรุ่นที่เน้นความหรูหรา โดยสามารถกันน้ำได้ระดับ 100 เมตร มาพร้อมกับขอบหน้าปัดแบบหมุนได้สองทิศทาง ฝาหลังแบบขันเกลียวและเม็ดมะยม Stainless steel บริเวณ 3 นาฬิกา ขับเคลื่อนด้วยกลไก Quartz พลังงานแสง Caliber TH50-00 ซึ่งสามารถรับพลังงานได้จากทั้งแสงอาทิตย์และแสงจากหลอดไฟ เพียงรับแสงแดดโดยตรง 2 นาที ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานตลอดทั้งวัน และเมื่อชาร์จเต็ม จะมีพลังงานสำรองได้ยาวนานถึง 10 เดือนในความมืดสนิท โดยมีอายุการใช้งานของตัวสะสมพลังงานยาวนานถึง 15 ปี ปิดท้ายด้วยสายนาฬิกาที่มีให้เลือกทั้งแบบสายยางสีพาสเทลเข้ากับตัวเรือน หรือสาย Steel แบบ 3 ข้อ
TAG Heuer Formula 1 Solargraph 38mm
Ref. WBY1164.FT8114 (Beige)
Ref. WBY1163.FT8113 (Pastel Blue)
Ref. WBY1165.FT8115 (Pastel Pink)
ราคา 74,500 บาท
Ref. WBY111B.BA0042 (Pastel Green with Diamonds)
Ref. WBY111C.BA0042 (Lavender Blue with Diamonds)
ราคา 106,500 บาท
วางจำหน่าย เมษายน 2026
รายละเอียดเพิ่มเติม tagheuer.com
Initial thought
การนำเสนอ TAG Heuer Formula 1 Solargraph ในโทนสีพาสเทลครั้งนี้ ถือเป็นการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบแฟชั่นและไลฟ์สไตล์อย่างชัดเจน การเลือกใช้ตัวเรือนวัสดุ TH Polylight ไม่เพียงแต่ให้ความแปลกใหม่ในแง่ของสัมผัสและการสวมใส่ แต่ยังเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านวัสดุศาสตร์ของแบรนด์ ขณะที่กลไก Solargraph ยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่ตอบโจทย์ความสะดวกสบายโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเปลี่ยนถ่าน ซึ่งเมื่อผสมผสานกับงานดีไซน์ที่ดึงเอาเอกลักษณ์ดั้งเดิมในปี 1986 มาปัดฝุ่นใหม่ในขนาด 38 มิลลิเมตรที่ลงตัวทั้งชายและหญิง ทำให้คอลเลกชันนี้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากสำหรับผู้ที่มองหานาฬิกา Daily Watch ที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง








