Louis Erard Le Régulateur Esprit Flinqué การตีความใหม่ของงานศิลปะบนหน้าปัดผ่านแสงและเงา

Louis Erard ยังคงเดินหน้าสร้างอาณาจักรแห่ง Métiers d’Art หรือศิลปะแห่งช่างฝีมือ อย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผ่านการทดลองงานฝีมือแขนงต่าง ๆ เช่น การแกะสลักด้วยมือ, Grand Feu Enamel หรือการเคลือบอีนาเมลด้วยความร้อนสูง และ Fil d’Or หรืองานถักเส้นทอง โดยในครั้งนี้ได้ต่อยอดความสำเร็จจากรุ่น Le Régulateur ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาสู่ Esprit Flinqué ซึ่งเป็นการนำเทคนิคการทำลวดลายบนหน้าปัดมาตีความใหม่ โดยรุ่นสีน้ำเงิน นั้นเคยเปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม 2025 ในฐานะโปรเจกต์พิเศษร่วมกับ Worn & Wound และในคราวนี้ได้กลับมาอีกครั้งพร้อมกับรุ่นสีเทาเพื่อเข้าสู่คอลเลกชันหลักอย่างเป็นทางการ

หน้าปัดของนาฬิการุ่นนี้โดดเด่นด้วยเทคนิค Esprit Flinqué ที่สร้างโครงสร้างแบบเป็นชั้น ผสานลาย Fluted Sunray เข้ากับงานเคลือบแลกเกอร์ เพื่อสร้างมิติของแสงและเงา ความพิเศษอยู่ที่การใช้จานหมุนแบบฉลุโปร่ง สำหรับแสดงค่าชั่วโมงที่ 12 นาฬิกาและวินาทีที่ 6 นาฬิกา ซึ่งดูเหมือนลอยอยู่เหนือหน้าปัด ส่วนเข็มนาทีตรงกลางเป็นทรงต้นสน อันเป็นเอกลักษณ์ของ Louis Erard หน้าปัดถูกปกป้องด้วยกระจกแซฟไฟร์ทรงโดม พร้อมเคลือบสารป้องกันการสะท้อนทั้งสองด้าน

ตัวเรือนผลิตจากวัสดุ Stainless Steel ขนาด 39.0 มิลลิเมตร หนา 12.82 มิลลิเมตร สามารถกันน้ำได้ที่ระดับ 50 เมตร เม็ดมะยมเป็นทรงต้นสน ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติ Sellita caliber SW266-1 ทำงานด้วยความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง (4Hz) ให้พลังงานสำรองขั้นต่ำ 38 ชั่วโมง ตัวกลไกได้รับการตกแต่งอย่างประณีต พร้อมโรเตอร์ขึ้นลานแบบฉลุโปร่ง ตกแต่งด้วยสัญลักษณ์ Louis Erard สีดำ มาพร้อมกับสายนาฬิกาทำจากหนังวัว โดยรุ่นสีน้ำเงินมาคู่กับสายสีเบจ และรุ่นสีเทามาในโทนสีเทาแบบ Monochrome พร้อมระบบ Quick-release เพื่อการเปลี่ยนสายที่สะดวก

Louis Erard Le Régulateur Esprit Flinqué

Ref. 85248AA65.BVA158 (Blue)
ผลิตจำนวนจำกัด 99 เรือน
ราคา 184,000 บาท
Ref. 85248AA62.BVA15 (Grey)
ผลิตจำนวนจำกัด 99 เรือน
ราคา 184,000 บาท
วางจำหน่าย เมษายน 2026
รายละเอียดเพิ่มเติม louiserard.com

Initial thoughts

การนำเสนอ Le Régulateur Esprit Flinqué ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญของ Louis Erard ในการยกระดับงานศิลปะชั้นสูง ให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นในเชิงสุนทรียศาสตร์ร่วมสมัย การเลือกใช้ Skeletonized Discs แทนเข็มนาฬิกาแบบดั้งเดิมในตำแหน่งชั่วโมงและวินาที ไม่เพียงแต่สร้างความแปลกใหม่ทางสายตา แต่ยังสะท้อนถึงการพัฒนาทางวิศวกรรมที่ต้องอาศัยความแม่นยำเพื่อให้จานหมุนทำงานได้อย่างราบรื่นและมั่นคง การออกแบบขนาด 39 มิลลิเมตร ถือเป็นจุดสมดุลที่ยอดเยี่ยมสำหรับนาฬิกาสไตล์เดรสที่ต้องการโชว์ความละเอียดของหน้าปัดแต่ยังสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะรุ่นสีเทาที่นำเสนอในรูปแบบ Monochrome นั้นตอบโจทย์เทรนด์นาฬิกาแนว Minimalist (มินิมอลลิสต์) ที่เน้นโครงสร้างเชิงสถาปัตยกรรมได้อย่างน่าสนใจ