ตระกูล HydroConquest ของ Longines เริ่มต้นการเดินทางครั้งแรกในปี 2007 ในฐานะนาฬิกาดำน้ำสมัยใหม่ที่เน้นประสิทธิภาพและความคุ้มค่า โดยต่อยอดความสำเร็จมาจากรุ่นบรรพบุรุษอย่าง Conquest ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมาตั้งแต่ยุค 1950 การพัฒนาที่สำคัญเกิดขึ้นในปี 2018 เมื่อมีการนำขอบตัวเรือน Ceramic มาใช้ และตามมาด้วยรุ่น HydroConquest GMT ในปี 2023 ซึ่งกลายเป็นต้นแบบของงานดีไซน์ที่ดูสปอร์ตและหรูหราขึ้น จนนำมาสู่การยกเครื่องดีไซน์ใหม่ทั้งหมด ในเวอร์ชันปี 2026 นี้ ที่เน้นความกะทัดรัดและการสวมใส่ที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
รายละเอียดของหน้าปัดถูกออกแบบใหม่ให้มีความร่วมสมัย โดยยังคงเอกลักษณ์หลักไว้ครบถ้วน หน้าปัดมีให้เลือกทั้งแบบขัดลาย Sunray ในโทนสีน้ำเงิน ดำ เขียว และรุ่นพิเศษสีฟ้า Frosted Blue ชุดเข็มชั่วโมง-นาที ยังคงรูปทรงเพชร ที่คุ้นเคย พร้อมเข็มวินาทีทรงอมยิ้มที่เรียกว่า Lollipop ที่เคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova เพื่อการอ่านค่าที่ชัดเจนในที่มืด หลักชั่วโมงแบบแท่งที่ผสมผสานกับตัวเลขอาหรับขนาดใหญ่ที่ตำแหน่ง 6, 9 และ 12 นาฬิกา พร้อมช่องหน้าต่างวันที่ ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา ปกป้องหน้าปัดด้วยกระจก Sapphire ที่เคลือบสารกันสะท้อนทั้งสองด้าน
ตัวเรือนรุ่นใหม่ขนาด 42 มิลลิเมตร หนาเพียง 11.7 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าเพรียวบางลงกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด ผลิตจากวัสดุ Stainless steel คุณภาพสูง กันน้ำได้ลึกถึงระดับ 300 เมตร รูปทรงตัวเรือนมีความโค้งมนรับกับข้อมือมากขึ้น มาพร้อมบ่าป้องกันเม็ดมะยมและเม็ดมะยมแบบขันเกลียว เพื่อความปลอดภัยสูงสุดขณะใช้งานใต้น้ำ ขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติ Calibre L888.5 ที่โรงงาน ETA ผลิตขึ้นเป็นพิเศษสำหรับ Longines โดยเฉพาะ ทำงานด้วยความถี่ 25,200 ครั้งต่อชั่วโมง พลังงานสำรองยาวนานถึง 72 ชั่วโมง โดดเด่นด้วย Silicon balance spring ที่มีคุณสมบัติป้องกันสนามแม่เหล็กเกินมาตรฐาน ISO 764 โดยมาพร้อมกับสายนาฬิกาที่มีให้เลือกทั้งแบบ Stainless Steel ข้อสายแบบ H-Shape และครั้งแรกกับการเปิดตัวสาย Milanese mesh ที่มาพร้อมระบบ Micro-adjustment เพื่อการปรับขนาดแบบละเอียดโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ
Longines HydroConquest Collection 2026
Ref. L37884566 42mm H-Shape
ราคา 72,200 บาท
Ref. L37884706 42mm Milanese mesh
ราคา 76,100 บาท
วางจำหน่าย เมษายน 2026
รายละเอียดเพิ่มเติม longines.com
Initial thoughts
การปรับโฉมใหม่ของ Longines HydroConquest ในปี 2026 นี้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ชาญฉลาดของแบรนด์ ด้วยการลดขนาดตัวเรือนให้เพรียวบางลงเหลือเพียง 11.7 มิลลิเมตร ทำให้ตัวนาฬิกามีความเป็น “Daily Watch” ที่สวมใส่ในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น ไม่ดูเป็นนาฬิกาดำน้ำที่เทอะทะจนเกินไป การเปิดตัวสาย Milanese mesh เป็นเซอร์ไพรส์ที่ช่วยยกระดับลุคให้ดูแพงและมีความวินเทจนิดๆ ซึ่งหาได้ยากในนาฬิกาดำน้ำระดับราคานี้ เมื่อพิจารณาจากสเปกกลไก L888 .5 ที่สำรองพลังงานได้ถึง 3 วันและมีซิลิคอนแฮร์สปริง HydroConquest รุ่นใหม่นี้จึงยังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่มองหานาฬิกาดำน้ำแบรนด์สวิสแท้ๆ ในราคาที่จับต้องได้และคุ้มค่าที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาด








