Bell & Ross เปิดตัวคอลเลกชัน BR 05 เป็นครั้งแรกในปี 2019 โดยเป็นการตีความรหัสการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์จากนาฬิกาเครื่องวัดในห้องนักบินรุ่นตำนานอย่าง BR 01 ให้กลายเป็นนาฬิกาสปอร์ตสุดหรูที่มีสายนาฬิกาแบบ Integrated เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากขึ้น จนกระทั่งในปี 2025 ทางแบรนด์ได้ขยายไลน์สินค้าด้วยขนาด 36 มิลลิเมตร เพื่อรองรับเทรนด์นาฬิกาขนาดกะทัดรัดแบบ Unisex และล่าสุดในปี 2026 นี้ ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของตระกูลได้ถูกจารึกอีกครั้งด้วยเรือนเวลาที่ผสมผสานความแข็งแกร่งเข้ากับความกวีได้อย่างน่าอัศจรรย์
หน้าปัดของเรือนนี้มาในวัสดุ Aventurine Glass สีน้ำเงิน ที่มีคุณสมบัติระยิบระยับคล้ายดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน โดดเด่นด้วยการประดับเพชรเจียระไนแบบ Brilliant-cut ทำหน้าที่เป็นหลักชั่วโมง และมีความพิเศษอยู่ที่การจัดวางเพชรอีก 7 เม็ดที่มีขนาดแตกต่างกันเพื่อจำลองตำแหน่งของหมู่ดาวนกอินทรีหรือ Aquila Constellation โดยเฉพาะเพชรเม็ดใหญ่ที่สุด ณ ตำแหน่ง 10-11 นาฬิกา ที่สื่อถึงดาว Altair ซึ่งเป็นดาราที่สว่างที่สุดในกลุ่มดาวนี้ ตัวหน้าปัดมาพร้อมชุดเข็มทรง Skeleton เคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova เพื่อการอ่านค่าที่ชัดเจน ปกป้องหน้าปัดด้วยกระจก Sapphire เคลือบสารป้องกันการสะท้อน
ตัวเรือนผลิตจาก Stainless Steel ขนาด 36 มิลลิเมตร หนาเพียง 8.5 มิลลิเมตร โดยเป็นการออกแบบใหม่เพื่อให้ได้สัดส่วนที่สมดุลที่สุด คงเอกลักษณ์วงกลมในกรอบสี่เหลี่ยม พร้อมสกรู 4 ตัวบนขอบตัวเรือนที่ผ่านการขัดแต่งลายซาตินและขัดเงาสลับกัน ตัวเรือนสามารถกันน้ำได้ระดับ 100 เมตร พร้อมเม็ดมะยมแบบขันเกลียว ที่มีบ่าป้องกันเม็ดมะยมอย่างแน่นหนา ขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติ BR-CAL.329 (พื้นฐานมาจากกลไก Sellita SW-300) ทำงานด้วยความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง (4 Hz) ให้พลังงานสำรองนานถึง 54 ชั่วโมง ปิดท้ายด้วยสายนาฬิกา Stainless Steel แบบ Integrated พร้อมตัวล็อกแบบบานพับ
Bell & Ross BR 05 36mm Blue Diamond Eagle
Ref. BR05A-S-EA-ST/SST
ราคา 4,900 EUR
วางจำหน่าย มีนาคม 2026
รายละเอียดเพิ่มเติม bellross.com
Initial thoughts
Bell & Ross BR 05 36mm Blue Diamond Eagle คือบทพิสูจน์ของการนำความแข็งกร้าวทางวิศวกรรมมาหลอมรวมกับงานศิลปะได้อย่างลงตัว การเลือกใช้หน้าปัด Aventurine ไม่เพียงแต่สร้างมิติทางสายตาที่สวยงาม แต่ยังเป็นการยกระดับซีรีส์ BR 05 ให้มีความเป็นเรือนเวลาเชิงกวีมากขึ้น การลดขนาดตัวเรือนลงเหลือ 36 มิลลิเมตร ถือเป็นก้าวที่ชาญฉลาดในการเจาะตลาดสุภาพสตรีและผู้ชายที่ชื่นชอบนาฬิกาขนาดคลาสสิก โดยยังคงประสิทธิภาพการกันน้ำและการใช้งานที่ทนทานตามมาตรฐานนาฬิกาสปอร์ตชั้นนำไว้ได้อย่างครบถ้วน นับเป็นหนึ่งในรุ่นที่น่าจับตามองที่สุดของแบรนด์ในปีนี้








