ตระกูลนาฬิกาดำน้ำ Prospex ของ Seiko ได้สร้างชื่อเสียงมายาวนานในฐานะเครื่องมือสำหรับการใช้งานใต้น้ำอย่างจริงจัง โดยมีจุดเริ่มต้นสำคัญจากรุ่น Professional Diver รหัส 6159 ในปี 1968 ซึ่งเป็นนาฬิกาดำน้ำที่กันน้ำได้ลึกถึง 300 เมตร และถือเป็นหนึ่งในรุ่นต้นแบบที่กำหนดทิศทางของนาฬิกา Tool Watch ของแบรนด์ จิตวิญญาณดังกล่าวยังคงสืบทอดมาถึงรุ่นปัจจุบันอย่าง Prospex 1968 Heritage Diver GMT ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2023 ในฐานะนาฬิกาดำน้ำระบบกลไกที่มีฟังก์ชัน GMT รุ่นแรกของ Seiko จนมาถึงรุ่นล่าสุดในปี 2025 ที่มาพร้อมรหัส SPB534 หรือในชื่อ “Seashadow”
จุดเด่นของรุ่นนี้อยู่ที่หน้าปัดสีดำเงา Glossy Black ที่ชวนให้ระลึกถึงความคลาสสิกของรุ่น 6159 ในอดีต เสริมความหรูหราด้วยเข็มนาฬิกาและหลักชั่วโมงสีทองที่แต้มด้วยสารเรืองแสง LumiBrite เพื่อการอ่านค่าที่ชัดเจนในที่มืด ขอบ Bezel ผลิตจาก Ceramic สีดำพร้อมสเกลสีทองที่หมุนได้ทิศทางเดียว มาพร้อมฟังก์ชันแสดงเวลาต่างเขตด้วยเข็ม GMT สีเทาที่ดูสะอาดตาแต่โดดเด่น ช่องหน้าต่างวันที่ ถูกจัดวางอย่างแนบเนียนที่ตำแหน่ง 4:30 นาฬิกา ปกป้องหน้าปัดด้วยกระจกแซฟไฟร์พร้อมการเคลือบกันแสงสะท้อนที่ด้านใน
ตัวเรือนขนาด 42 มิลลิเมตร หนา 13.3 มิลลิเมตร ผลิตจากวัสดุ Stainless Steel พร้อมการเคลือบ Super-Hard Coating เพื่อความทนทานต่อรอยขีดข่วน กันน้ำได้ลึกถึงระดับ 300 เมตร มาพร้อมเม็ดมะยมแบบขันเกลียวที่ตำแหน่ง 4 นาฬิกา ฝาหลังแบบทึบขันเกลียว ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไก Calibre 6R54 ระบบไขลานอัตโนมัติ ความถี่ในการทำงาน 21,600 ครั้งต่อชั่วโมง พลังงานสำรองยาวนานถึง 72 ชั่วโมง และสามารถปรับเข็ม GMT แยกอิสระได้ มรพร้อมกับสายนาฬิกา Stainless Steel แบบ 3 ทบ พร้อมตัวล็อกแบบ Micro-adjust รุ่นใหม่ที่ปรับขยายได้ถึง 15 มิลลิเมตร โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ
Seiko Prospex 1968 Heritage Diver GMT Seashadow
Ref. SPB534
ผลิตจำนวนจำกัด 500 เรือน
ราคา 247,500 JPY
วางจำหน่าย ธันวาคม 2025
รายละเอียดเพิ่มเติม seikowatches.com
Initial thoughts
Seiko Prospex “Seashadow” เป็นการนำรหัสยอดฮิตอย่าง 1968 Heritage GMT มาตีความใหม่ในโทนสีดำ-ทอง ที่ให้ความรู้สึกภูมิฐานและมีความเป็นเครื่องประดับมากขึ้นกว่ารุ่นมาตรฐาน แม้การทำงานของกลไก 6R54 จะเป็นแบบ Office GMT แต่ด้วยความสามารถในการกันน้ำระดับ 300 เมตร และการอัปเกรดตัวล็อกสายใหม่ที่มีระบบ Micro-adjust ทำให้มันเป็นนาฬิกาที่ใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริงและสวมใส่สบายขึ้น การผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 500 เรือนและจำหน่ายเฉพาะในบูติก ยิ่งทำให้รุ่นนี้กลายเป็นของสะสมที่น่าสนใจสำหรับแฟน Seiko ที่ต้องการความแตกต่างจากรุ่นทั่วไป








