MIDO Multifort 8 Two Crowns พลังแห่งดีไซน์แปดเหลี่ยมผสานเอกลักษณ์เม็ดมะยมคู่ระดับตำนาน

คอลเลกชัน Multifort ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี 1934 และได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความทนทานและเที่ยงตรงของ MIDO มาอย่างยาวนาน สำหรับนาฬิการุ่น Multifort 8 Two Crowns รุ่นใหม่นี้ เป็นการนำรหัสการออกแบบดั้งเดิมมาตีความใหม่ให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์เด่นของตระกูลที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมที่เน้นความแข็งแรงและฟังก์ชันการใช้งานที่เชื่อถือได้

หน้าปัดมาในสีดำด้านที่ตกแต่งด้วยลาย Horizontal Lines อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคอลเลกชันนี้ ช่วยสร้างมิติและเอฟเฟกต์นูนต่ำที่น่าดึงดูด โดดเด่นด้วยหลักชั่วโมงแบบร่องลึกและชุดเข็มชั่วโมง-นาทีแบบสามเหลี่ยมสามด้านเคลือบด้วย PVD สี Rose Gold แต้มด้วยสารเรืองแสง Super-LumiNova® สีขาว เพื่อให้สามารถอ่านค่าเวลาได้อย่างชัดเจนทั้งกลางวันและกลางคืน รอบนอกของหน้าปัดติดตั้งขอบหน้าปัดด้านในแบบหมุนได้ พร้อมสเกลนาทีสำหรับใช้ในการนับถอยหลัง โดยมีการแสดงวันที่อย่างกลมกลืนที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา ปกป้องหน้าปัดด้วยกระจกแซฟไฟร์เคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน

ตัวเรือนผลิตจาก Stainless Steel เคลือบ PVD สี Rose Gold มอบประกายเงางามผ่านเทคนิคการขัดลายซาตินสลับกับการขัดเงา ขนาด 40 มิลลิเมตร หนา 11.5 มิลลิเมตร นาฬิการุ่นนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ Two Crowns หรือเม็ดมะยมคู่แบบขันเกลียว โดยเม็ดมะยมที่ตำแหน่ง 2 นาฬิกาใช้สำหรับปรับหมุนขอบหน้าปัดด้านใน และตำแหน่ง 4 นาฬิกาใช้สำหรับการตั้งเวลาและขึ้นลาน สามารถกันน้ำได้ที่ระดับ 100 เมตร ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติ Caliber 72 (พื้นฐานของ ETA A31.111) ทำงานด้วยความถี่ 25,200 ครั้งต่อชั่วโมง ติดตั้ง Nivachron™ Balance Spring ซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันสนามแม่เหล็ก ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและแรงกระแทกได้อย่างดีเยี่ยม พลังงานสำรองสูงสุดถึง 72 ชั่วโมง และมาพร้อมกับสายยางสีดำตกแต่งลวดลายลายนูนที่ล้อไปกับลายหน้าปัด พร้อมระบบเปลี่ยนสายได้อย่างรวดเร็ว

MIDO Multifort 8 Two Crowns

Ref. M047.507.37.051.00
ราคา 47,000 บาท
วางจำหน่าย ธันวาคม 2025
รายละเอียดเพิ่มเติม midowatches.com

Initial Thoughts

MIDO Multifort 8 Two Crowns ถือเป็นก้าวสำคัญของคอลเลกชัน Multifort ที่ต้องการสลัดภาพลักษณ์นาฬิกาทรงกลมแบบเดิมๆ มาสู่ความโฉบเฉี่ยวด้วยขอบตัวเรือนทรงแปดเหลี่ยม ซึ่งเป็นที่นิยมในตลาดนาฬิกาสปอร์ตหรูปัจจุบัน การเลือกใช้คู่สีดำตัดกับ Rose Gold PVD ไม่เพียงแต่ให้ลุคที่ดูทันสมัยแบบคนเมือง แต่ยังช่วยเสริมให้รายละเอียดอย่างลายเส้นนอนบนหน้าปัดดูโดดเด่นขึ้นอย่างมาก ในเชิงเทคนิค การให้พลังงานสำรองถึง 72 ชั่วโมง พร้อมสายใย Nivachron™ ในระดับราคานี้ ถือเป็นความคุ้มค่าที่เป็นจุดแข็งของเครือ Swatch Group อย่างชัดเจน เหมาะสำหรับผู้ที่มองหานาฬิกาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีฟังก์ชันการใช้งานที่ครบถ้วน และสามารถสวมใส่ได้ทั้งในวันทำงานและกิจกรรมกลางแจ้งได้อย่างมั่นใจ