Hublot เป็นแบรนด์ที่สร้างความโดดเด่นด้วยปรัชญา “Art of Fusion” นับตั้งแต่การก่อตั้งในปี 1980 โดย Carlo Crocco ที่กล้าหาญในการรวมทองคำเข้ากับสายยาง และได้พัฒนาวัสดุที่เป็นนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Ceramic และ Sapphire Crystal นาฬิการุ่น Big Bang นับเป็นรากฐานสำคัญของแบรนด์ ซึ่งต่อมาในปี 2013 Hublot ได้นำเสนอ Big Bang Unico ซึ่งเป็นรุ่นที่ได้รับการปรับปรุงให้แข็งแกร่งและโดดเด่นยิ่งขึ้น เพื่อรองรับ Calibre Unico ซึ่งเป็นกลไก Chronograph ที่ผลิตภายในโรงงานเรือนแรกของแบรนด์ ด้วยการออกแบบที่ยังคงเอกลักษณ์ของตระกูล Big Bang ทั้งขอบ Bezel ทรงหน้าต่างเรือพร้อมสกรู และโครงสร้างตัวเรือนแบบแซนด์วิชอันแข็งแกร่ง ล่าสุด Hublot ได้สานต่อความสำเร็จด้วยการเปิดตัว Big Bang Unico Winter Editions สองรุ่นพิเศษ ที่สื่อถึงฤดูหนาวอันหนาวเย็นและงดงาม
สำหรับรุ่น Winter Editions ทั้งสองรุ่นนี้มาพร้อมกับ Openworked Dial ที่เผยให้เห็นความซับซ้อนของกลไกภายในอย่างชัดเจน หน้าปัดเจาะโปร่งถูกตกแต่งด้วย Light Blue Accents พร้อมด้วย Index และ Arabic Numerals ที่ลอยอยู่เหนือ Movement โดยทั้งหมดเคลือบด้วย Super-LumiNova เข็มแสดงวินาทีของ Chronograph กลางมีปลายรูปทรง Oblong และ Counterweight รูปตัว H อันเป็นเอกลักษณ์ ฟังก์ชัน Chronograph 60-minute ถูกจัดวางที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา ซึ่งมี Date Window แบบ Translucent Disc ที่แสดงผลวันที่อยู่ภายใน และสามารถมองเห็น Column Wheel ที่ควบคุมการทำงานของกลไก Chronograph ได้ที่ช่องเปิดตำแหน่ง 6 นาฬิกา กระจกหน้าปัดเป็น Sapphire Crystal ที่ทนทานต่อรอยขีดข่วนตามมาตรฐาน
นาฬิกาทั้งสองรุ่นมีขนาดตัวเรือนที่เท่ากัน คือ 42 มิลลิเมตร หนา 14.5 มิลลิเมตร ในส่วนของวัสดุนั้นแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยรุ่น Big Bang Unico Winter Titanium Ceramic มีตัวเรือน Microblasted Titanium พร้อมด้วย Bezel ที่ทำจาก Microblasted Polar White Ceramic และเสริมความแข็งแกร่งด้วย White Ceramic Inserts บริเวณด้านข้างตัวเรือน ซึ่งใช้โครงสร้างแบบ Sandwich Case อันเป็นเอกลักษณ์ ปุ่มกดเป็นทรง Rounded Pushers และใช้ระบบขันเกลียวที่ช่วยให้สามารถกันน้ำได้ถึง 100 เมตร ขณะที่รุ่น Big Bang Unico Winter Sapphire มีความโดดเด่นสุดขั้ว ตัวเรือนทั้งหมดถูกหุ้มด้วยวัสดุ Sapphire Crystal รวมถึงด้านข้างตัวเรือน, ฝาหลัง และหน้าปัด ทำให้สามารถมองเห็นกลไกภายในได้อย่างไม่มีอะไรบดบัง ตัวเรือนใช้ Titanium สำหรับปุ่มกด เม็ดมะยม และระบบเปลี่ยนสายแบบ One Click เป็น Titanium เช่นกัน แต่เนื่องจากลักษณะของวัสดุ Sapphire ทำให้ระดับการกันน้ำลดลงเหลือ 50 เมตร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนนาฬิกา Winter Big Bang Unico ทั้งสองเรือน คือ In-house Automatic Flyback Chronograph Calibre HUB1280 Unico Manufacture ซึ่งได้รับการปกป้องด้วยสิทธิบัตรถึง 5 รายการ กลไกทำงานด้วยความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง (4Hz) พลังงานสำรองยาวนานถึง 72 ชั่วโมง ใช้ Silicon Escapement เพื่อความเที่ยงตรงสูง สามารถชื่นชมความงามของกลไกได้ผ่าน Caseback โดยมี Light Blue Bridges ที่พรางการทำงานบางส่วน และมี Rotor ที่ทำจาก Grey Ruthenium-plated Tungsten ถูกออกแบบเป็นรูปเกล็ดหิมะอันเป็นรายละเอียดพิเศษ สายนาฬิกาทั้งสองรุ่นใช้ระบบเปลี่ยนสายแบบ One-Click และจะมาพร้อมสาย 2 ชุด คือ สายยางสีขาวและสายหนังสีขาวเย็บด้ายสีฟ้า รวมถึงสายยางสีขาวและสายหนังสีน้ำเงินพร้อมด้วยบานพับ Titanium
Hublot Big Bang Unico Winter Editions
Big Bang Unico Winter Titanium Ceramic
Ref. 441.NH.429B.VR
ผลิตจำนวนจำกัด 200 เรือน
ราคา 22,900 CHF
Big Bang Unico Winter Sapphire
Ref. 441.JX.429B.VR
ผลิตจำนวนจำกัด 30 เรือน
ราคา 70,000 CHF
วางจำหน่าย พฤศจิกายน 2025
รายละเอียดเพิ่มเติม hublot.com
Initial thoughts
การเปิดตัว Big Bang Unico Winter Editions เป็นการตอกย้ำถึงความเชี่ยวชาญของ Hublot ในด้าน Material Science และความกล้าหาญในการนำเสนอดีไซน์ที่แตกต่าง วัสดุ Sapphire Crystal ในรุ่น Winter Sapphire นั้นแสดงออกถึงความใสและเย็นยะเยือกได้อย่างสมบูรณ์แบบ ขณะที่รุ่น Titanium Ceramic ให้สัมผัสที่สามารถใช้งานได้ในชีวิตประจำวันมากขึ้นด้วยความทนทาน 100m ในฐานะ Flyback Chronograph ที่ขับเคลื่อนด้วย Calibre HUB1280 In-house อันทรงประสิทธิภาพ นาฬิการุ่นนี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องบอกเวลา แต่ยังเป็นงานสถาปัตยกรรมเชิงกลบนข้อมือที่น่าจับตามอง สำหรับนักสะสมที่มองหานาฬิกา Limited Edition ที่มีทั้งคุณค่าทางเทคนิคและรูปลักษณ์ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร Hublot Winter Editions ตอบโจทย์ได้อย่างลงตัว










