ในปี 2023 MIDO ได้นำแรงบันดาลใจจากดีไซน์ทรงทีวีสุดคลาสสิกยุค 1970 กลับมาเรียกความตราตรึงใจอีกครั้ง และในครั้งนี้ MIDO ได้ยกระดับคอลเลกชั่นดังกล่าวด้วยการเปิดตัว Multifort TV Chronograph ซึ่งเป็นการบรรจุฟังก์ชัน Chronograph ลงในคอลเลกชั่นนี้เป็นครั้งแรก เพื่อตอกย้ำความเชี่ยวชาญด้านการผลิตนาฬิกาได้อย่างสมบูรณ์แบบ และมีการอัพเดทสมาชิกใหม่ในปี 2025 นี้
เริ่มต้นกันที่หน้าปัดทรงทีวีสุดคลาสสิก ที่โดดเด่นด้วยการไล่เฉดสีจากสีเทาไปสู่สีดำพร้อมลวดลายขัดแนวนอน เข็มชั่วโมงและเข็มนาที รวมถึงเข็มหน้าปัดย่อยสีดำถูกขัดเหลี่ยมเพชรอย่างประณีต พร้อมเคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova สีเบจบนเข็มชั่วโมงแบบนูน เพื่อเพิ่มความชัดเจนในการมองเห็นแม้ในที่แสงน้อย โดยมาพร้อมหน้าปัดย่อยสำหรับจับเวลา 3 ตำแหน่ง ประกอบด้วย 60 วินาที, 30 นาที และ 12 ชั่วโมง พร้อมช่องแสดงวันที่ในตำแหน่ง 4 นาฬิกา 30 นาที ขอบหน้าปัดยังติดตั้งมาตรวัด Tachymeter Scale ใช้กระจกหน้าปัดแซฟไฟร์ที่เคลือบด้วยสารกันสะท้อนทั้งด้านในและด้านนอก
ตัวเรือนขนาด 42 มิลลิเมตร หนา 14.3 มิลลิเมตร ผลิตจาก Stainless Steel เคลือบ PVD สีดำ กันน้ำลึก 100 เมตร พร้อมเม็ดมะยมแบบขันเกลียวและปุ่มกดสองปุ่มด้านข้างเพื่อให้ใช้งานฟังก์ชันโครโนกราฟ ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติ Caliber 60 (พื้นฐานจาก ETA A05.H31 ที่พัฒนามาจาก Valjoux 7753) ที่มาพร้อมฟังก์ชันโครโนกราฟ ทำงานที่ความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง สำรองพลังงานได้นานถึง 60 ชั่วโมง ทำงานด้วยความเที่ยงตรงด้วย Nivachron Hairspring และมาพร้อมสายสเตนเลสสตีลพร้อมกับสายหนังวัวสีเบจที่สามารถเปลี่ยนได้อย่างง่ายดาย
MIDO Multifort TV Chronograph Black PVD
Ref. M049.527.33.081.00
ราคา 94,000 บาท
วางจำหน่าย พฤศจิกายน 2025
รายละเอียดเพิ่มเติม midowatches.com
Initial Thoughts
MIDO Multifort TV Chronograph เป็นการนำดีไซน์คลาสสิกทรงทีวีกลับมาตีความใหม่ได้อย่างน่าสนใจ โดยการผนวกฟังก์ชันโครโนกราฟอันเป็นหัวใจสำคัญของนาฬิกาสปอร์ต ทำให้เรือนเวลานี้มีความสมบูรณ์แบบทั้งในด้านสไตล์และฟังก์ชันการใช้งาน การเลือกใช้สีดำ PVD ตัดกับรายละเอียดสีเบจบนหน้าปัดและเข็ม รวมถึงตัวเลือกสายนาฬิกา 2 สไตล์ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการออกแบบที่ต้องการตอบโจทย์ทั้งลุคทางการและความท้าทายแบบนักผจญภัย กลไก Caliber 60 พร้อม Nivachron™ และพลังงานสำรอง 60 ชั่วโมง ตอกย้ำมาตรฐาน Swiss made ที่มิโดยึดถือมาโดยตลอด ถือเป็นเรือนเวลาที่ผสมผสานความคลาสสิก ความแข็งแกร่ง และความหรูหราได้อย่างลงตัว และพร้อมเป็นเครื่องมือจับเวลาที่มีความเที่ยงตรงสูงในทุกจังหวะของชีวิต









