G-SHOCK 2500 Series เปิดตัวอย่างเป็นทางการในตลาดอาเซียนเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2026 โดยจะมีจำหน่ายทั้งรุ่นตัวเรือนและสายเรซินที่มากับรหัส GAC-2500 ตามด้วยตัวเรือนสตีลและสายเรซินในรหัส GMC-2500 ปิดท้ายด้วยตัวเรือนและสายแบบสตีลในรหัส GAC-2500D โดยนาฬิกาเรือนนี้พลิกแนวคิดในการออกแบบและการนำเสนอเพื่อให้สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน หรือ Daily Use และไม่ได้มีหน้าที่แค่ในการบอกเวลาเท่านั้น แต่ยังนำเสนอประสบการณ์ใหม่ของการสวมใส่ ที่เปี่ยมด้วยความประณีตในทุกรายละเอียด โดยที่ไม่สูญเสียฟังก์ชั่นในการทำงานแม้ว่าจะมาในรูปแบบ Fully Analog ไม่ได้มีหน้าจอดิจิตอลในการนำเสนอข้อมูลหรือบอกเวลาเหมือนกับที่แฟน ๆ G-SHOCK คุ้นเคย
นับเป็นแนวคิดใหม่ของการนำเสนอทั้งในด้านดีไซน์และฟังก์ชั่นที่ G-SHOCK นำมาเสนอผ่านทาง 2500 Series เพื่อให้ทั้งลูกค้าดั้งเดิม และกลุ่มใหม่ๆ ได้สัมผัส ที่สำคัญ ตัวเรือนถูกออกแบบด้วยการอ้างอิงจากรากฐานดั้งเดิมที่เป็น Core Design ของ G-SHOCK นั่นคือ รูปทรงของกรอบตัวเรือนแบบแปดเหลี่ยมที่มาจาก DW-5000C นาฬิกาเรือนแรกของ G-SHOCK ซึ่งเปิดตัวในปี 1983 และได้กลายเป็นรากฐานสำคัญให้กับการออกแบบของแบรนด์ โดยมาพร้อมกับฟังก์ชันบอกเวลารายชั่วโมง นาที วินาที และจับเวลาต่อเนื่องสูงสุด 30 นาที พร้อมระบบปฏิทินถาวร และคุณสมบัติการกันน้ำ 200 เมตร และป้องกันการกระแทกจากการใช้งาน ตามมาตรฐานนาฬิกา G-SHOCK รุ่นพี่ที่เคยสร้างชื่อเสียงมานานกว่า 40 ปี ที่ผ่านมา
สำหรับราคาจำหน่ายในตลาดเมืองไทยในรุ่น GAC-2500 (ตัวเรือน/สายเรซิน) – 5,500 บาท , GMC-2500 (ตัวเรือนสตีล/สายเรซิน) – 10,900 บาท และ GAC-2500D (ตัวเรือน/สายสตีล) – 12,900 บาท โดยจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป ที่ G-SHOCK Flagship Store Thailand ชั้น 3 โซน Central Court ห้าง Central World โทร 02-252-3466 และเคาท์เตอร์ G-SHOCK ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่งประเทศ








