Casio G-SHOCK Coca-Cola® Collaboration GA-2100CC สดชื่นไปกับดีไซน์สุดคลาสสิกฉลองครบรอบ 140 ปี โคคา-โคล่า

บริษัท คาสิโอ คอมพิวเตอร์ จำกัด เฉลิมฉลองโอกาสครั้งสำคัญครบรอบ 140 ปีของแบรนด์เครื่องดื่มระดับโลกอย่าง Coca-Cola® ด้วยการย้อนเวลากลับไปสู่จุดเริ่มต้นของความคลาสสิก โดยหยิบยกแรงบันดาลใจจากขวด Coca-Cola สุดไอคอนิกที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในปี 1915 ซึ่งมีรูปทรงโค้งอันเป็นเอกลักษณ์และได้รับการจดจำจากผู้คนทั่วโลกมาถอดรหัสใหม่ ผสานเข้ากับจิตวิญญาณความแข็งแกร่งของนาฬิกาซีรีส์ยอดนิยมที่มีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ จนเกิดเป็นผลงานคอลลาบอเรชันสุดพิเศษที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์อันยาวนานของทั้งสองแบรนด์ได้อย่างลงตัว

หน้าปัดได้รับการออกแบบอย่างประณีตสะท้อนเอกลักษณ์ของ Coca-Cola ในหลายมิติ โดดเด่นด้วยเข็มบอกวันตรงตำแหน่ง 9 นาฬิกา ตกแต่งหน้าปัดด้วยโทนสีเฉพาะตัวพร้อมกราฟิกที่สื่อถึง “ฟองซ่า” ของน้ำอัดลมเพื่อเพิ่มมิติและความโดดเด่น ตัวนาฬิกาใช้การแสดงผลแบบอนาล็อกและดิจิตอลขอบทรงแปดเหลี่ยมตามสไตล์รุ่น GA-2100 มาพร้อมฟังก์ชันพื้นฐานที่ครบครัน แผ่กระจายความสดชื่นผ่านหน้าปัดที่ปกป้องด้วยกระจก mineral glass

ตัวเรือนและสายผลิตจากเรซินใสสีเขียวถอดแบบมาจากสีของขวดแก้ว Coca-Cola โครงสร้างตัวเรือนแบบ Carbon Core Guard ที่มอบความแข็งแกร่งทนทานตามมาตรฐาน G-SHOCK พร้อมระดับการกันน้ำลึก 200 เมตร ขอบตัวเรือนทรงแปดเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ รายล้อมด้วยปุ่มกดที่ใช้งานได้อย่างสะดวก ฝาหลังผลิตจาก stainless steel ที่ได้รับการสลักลายพิเศษที่ได้แรงบันดาลใจมาจากฝาขวด Coca-Cola ขับเคลื่อนด้วยกลิ่นอายความคลาสสิกผ่านกลไกควอตซ์รหัส Module 5611 ที่ให้ความแม่นยำสูงและใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ มีอายุการใช้งานยาวนาน และมาพร้อมกับสาย resin สีเขียวใส มาพร้อมห่วงร้อยสายที่มีลวดลายคล้ายร่องของขวดแก้ว และหัวเข็มขัดสแตนเลสสตีลที่ยึดล็อกได้อย่างแน่นหนา

G-SHOCK Coca-Cola® Collaboration Model

Ref. GA-2100CC
ราคา 6,900 บาท
วางจำหน่าย มิถุนายน 2026
รายละเอียดเพิ่มเติม casio.com

Initial thoughts

การร่วมมือกันระหว่าง Casio G-SHOCK และ Coca-Cola ในรหัส GA-2100CC ถือเป็นผลงานการออกแบบที่ทำออกมาได้อย่างลงตัวและมีรสนิยม การเลือกใช้โมเดลแปดเหลี่ยมยอดนิยมอย่าง “CasiOak” มาเป็นสารตั้งต้น แล้วแต่งแต้มด้วยสีเขียวใสของขวดแก้ว Coca-Cola ในยุค 1915 แทนที่จะใช้สีแดงล้วนแบบตรงไปตรงมา ถือเป็นการตัดสินใจที่ยกระดับให้นาฬิกาเรือนนี้ดูมีความเป็นแฟชั่นและดูคลาสสิกในเวลาเดียวกัน รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างฟองซ่าบนหน้าปัด ลายร่องขวดบนห่วงร้อยสาย และงานสลักฝาหลังรูปฝาจีบ ล้วนแสดงให้เห็นถึงความพิถีพิถันและใส่ใจในรายละเอียด ถือเป็นนาฬิการุ่นพิเศษที่นอกจากจะตอบโจทย์เรื่องความทนทานและการใช้งานในชีวิตประจำวันแล้ว ยังเป็นของสะสมที่มีคุณค่าเชิงประวัติศาสตร์สำหรับแฟนคลับของทั้งสองแบรนด์ระดับโลกอย่างแท้จริง