Tudor Black Bay Chrono 39 “Bumblebee” การกลับมาของจิตวิญญาณสปอร์ตยุค 70s ในโทนสีเหลืองจัดจ้าน

ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของนาฬิกาจับเวลาจาก Tudor เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 1970 ด้วยการเปิดตัวนาฬิกา Chronograph รุ่นแรกอย่าง Oysterdate ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการใช้สีสันที่ฉูดฉาดและดีไซน์หน้าปัดอันเป็นเอกลักษณ์ ต่อมาในยุค 90s แบรนด์ได้สร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วยการเปิดตัวคอลเลกชัน “Tiger” Chronograph ที่มีหน้าปัดสีเหลืองสดใสเป็นหนึ่งในรุ่นไฮไลต์ และกลายเป็นของสะสมหายากในเวลาต่อมา การมาถึงของ Tudor Black Bay Chrono 39 “Bumblebee” รุ่นใหม่นี้ จึงเป็นการสานต่อ DNA ความเป็นนาฬิกาสปอร์ตสีสันจัดจ้านในอดีต โดยนำมารวมเข้ากับอัตลักษณ์ของนาฬิกาดำน้ำอันเลื่องชื่ออย่างตระกูล Black Bay และเป็นส่วนหนึ่งของไลน์อัป Daring Watches ที่เคยสร้างความสำเร็จร่วมกับเวอร์ชันหน้าปัด Black Pink และ Flamingo Blue มาก่อนหน้านี้

จุดเด่นที่สะดุดตาที่สุดคงหนีไม่พ้นหน้าปัดทรงโดมสีเหลืองสดอันเป็นที่มาของฉายา “Bumblebee” ตัดด้วยหน้าปัดย่อยสีดำแบบเว้าลึกลงไปในเนื้อหน้าปัด มอบมู้ดสปอร์ตสไตล์ย้อนยุคที่ชวนให้นึกถึงโลกมอเตอร์สปอร์ตได้อย่างดีเยี่ยม ในส่วนของชุดเข็มยังคงรักษาเอกลักษณ์เข็ม Snowflake อันเป็นตำนานของทิวเดอร์ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น พร้อมประดับด้วยหลักชั่วโมงรูปทรงเรขาคณิต ซึ่งทั้งหมดเคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova หน้าปัดย่อยที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา ทำหน้าที่นับเวลาได้สูงสุด 45 นาที ส่วนตำแหน่ง 9 นาฬิกา คือเข็มวินาทีย่อย และมีช่องหน้าต่างแสดงวันที่อยู่ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา กระจกหน้าปัดแบบ Double-domed sapphire crystal ที่ทนทานต่อรอยขีดข่วนและมีการเคลือบลดแสงสะท้อน

ตัวเรือน Stainless steel เกรด 316L ขนาด 39 มิลลิเมตร หนา 13.1 มิลลิเมตร กันน้ำลึกถึง 200 เมตร ขอบตัวเรือนเป็นแบบ Fixed พร้อมขอบวงแหวนที่ทำจาก anodized aluminum สีดำและ Tachymetric สีเงิน ด้านข้างติดตั้งปุ่มกดจับเวลาทรงขันเกลียวที่ตำแหน่ง 2 และ 4 นาฬิกา และเม็ดมะยมแบบขันเกลียวที่สลักรูปโลโก้ Tudor ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติ Manufacture Calibre MT5813 ซึ่งได้รับการพัฒนาบนพื้นฐานของกลไกลิขสิทธิ์ Breitling 01 ภายใต้ความร่วมมืออันยาวนานของทั้งสองแบรนด์ โดยติดตั้งชุดจักรกลควบคุมความเที่ยงตรงสูง รวมถึง Silicon balance spring ที่มีคุณสมบัติต้านทานสนามแม่เหล็ก และมีการควบคุมระบบจับเวลาด้วย Column wheel และ Vertical clutch เพื่อความแม่นยำสูงสุดในการกดจับเวลา ทำงานด้วยความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง (4 Hz) พร้อมพลังงานสำรองลาน) ยาวนานถึง 70 ชั่วโมง ผ่านการรับรองความเที่ยงตรงในระดับ Chronometer จากสถาบัน COSC และมาพร้อมกับสาย steel แบบ 3 links พร้อมระบบล๊อกแบบ T-Fit ที่สามารถปรับความยาวสายได้ 8 มม.​อย่างรวดเร็ว

Tudor Black Bay Chrono 39 “Bumblebee”

Ref. M79310N-0001
ราคา 223,900 บาท
วางจำหน่าย มิถุนายน 2026
รายละเอียดเพิ่มเติม tudorwatch.com

Initial thoughts

การเผยโฉม Tudor Black Bay Chrono 39 “Bumblebee” ในครั้งนี้ ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่สะท้อนให้เห็นว่า Tudor กำลังรับฟังและตอบสนองต่อความต้องการของคนรักนาฬิกาทั่วโลกอย่างแท้จริง การตัดสินใจปรับลดขนาดตัวเรือนลงมาอยู่ที่ 39 มิลลิเมตร พร้อมความหนาที่ลดลงเหลือ 13.1 มิลลิเมตร ถือเป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ที่ทลายข้อจำกัดเดิมๆ ของรุ่นโครโนกราฟขนาด 41 มิลลิเมตรที่มักถูกวิจารณ์ว่ามีความหนาและเทอะทะจนเกินไปสำหรับการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน การปรับสัดส่วนในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ตัวนาฬิกามีความลงตัวในเชิงการออกแบบ แต่ยังเข้าถึงข้อมือของผู้ใช้งานได้อย่างหลากหลายยิ่งขึ้น ส่วนการเลือกใช้หน้าปัดสีเหลืองสไตล์ “Bumblebee” นับเป็นตัวเลือกที่ชาญฉลาดในการดึงเอาเรื่องราวความสนุกสนานและกลิ่นอายมอเตอร์สปอร์ตจากยุค 70s กลับมาโลดแล่นได้อย่างมีพลัง เมื่อพิจารณาในแง่ของคุ้มค่า กลไก Calibre MT5813 ที่พ่วงระบบคอลัมน์วีล คลัตช์แนวตั้ง และสายใยซิลิคอน พร้อมการรับรองจาก COSC ในระดับราคานี้ ยังคงทำให้ทิวเดอร์ยืนหนึ่งในฐานะราชาแห่งความคุ้มค่า และการจัดการการผลิตแบบ Limited Production ก็น่าจะช่วยรักษากระแสความต้องการและความเป็นของสะสมในตลาดได้อย่างน่าสนใจ ถือเป็นนาฬิกาสปอร์ตโครโนกราฟประจำปีนี้ที่ไม่ควรพาดสายตาด้วยประการทั้งปว