Daniel Roth Extra-Plat Platinum Edition สัมผัสความหรูหราผ่านตัวเรือนโลหะสูงค่าและหน้าปัดกิโยเช่สุดคลาสสิก

Daniel Roth กลับมาตอกย้ำความยิ่งใหญ่อีกครั้งภายใต้การดูแลของ La Fabrique du Temps Louis Vuitton โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์การออกแบบตัวเรือนทรง Ellipsocurvex หรือทรงวงรีตัดขอบ อันเป็นตำนานของ Monsieur Daniel Roth เอาไว้อย่างเหนียวแน่น หลังจากที่ประสบความสำเร็จกับการเปิดตัวรุ่น Tourbillon และรุ่น Extra-Plat ในวัสดุทองคำไปก่อนหน้านี้ ในปี 2026 นี้ แบรนด์ได้เผยโฉมเวอร์ชันล่าสุดในวัสดุโลหะที่มีค่าที่สุดอย่าง Platinum ซึ่งถือเป็นการเติมเต็มไตรภาคของรุ่น Extra-Plat ต่อจากเวอร์ชัน Yellow Gold และ Rose Gold โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากนาฬิการหัส C107 รุ่นดั้งเดิม แต่ถูกนำมาตีความใหม่ให้มีความทันสมัยและประณีตยิ่งขึ้น

ความโดดเด่นของนาฬิกาเรือนนี้อยู่ที่หน้าปัดที่ผลิตจาก Solid Gold ตกแต่งด้วยลวดลาย Pinstripe Guilloché หรือลวดลายกิโยเช่ลายทางสี Anthracite ซึ่งเป็นการใช้เทคนิคดั้งเดิมแกะสลักด้วยมือภายในโรงงานของตนเอง วงแหวนแสดงชั่วโมงผลิตจากทองคำขัดลายซาตินแนววงกลม ตกแต่งขอบด้วยลวดลาย Filet Sauté และพิมพ์ตัวเลขโรมันสีดำที่ดูสะอาดตา ชุดเข็มชั่วโมงและนาทีผลิตจากทองคำเคลือบสีดำ ให้การอ่านค่าเวลาที่ชัดเจนและสง่างาม ปกป้องหน้าปัดด้วยกระจกแซฟไฟร์แบบเรียบเคลือบสารกันสะท้อน

ตัวเรือนทรง Ellipsocurvex อันเป็นเอกลักษณ์มีขนาด 38.6 x 35.5 มิลลิเมตร มาพร้อมความบางพิเศษเพียง 7.7 มิลลิเมตร ผลิตจากวัสดุ Platinum 950 ขัดเงาทั้งเรือน กันน้ำได้ที่ระดับ 30 เมตร ฝาหลังเป็นกระจกแซฟไฟร์ที่เผยให้เห็นความสวยงามของกลไกภายใน แบบ In-house ระดบบไขลาน Calibre DR002 ที่พัฒนาและประกอบขึ้นโดยยอดฝีมือ Michel Navas และ Enrico Barbasini มีความถี่ในการทำงาน 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง (4 Hz) สำรองพลังงานได้นานถึง 65 ชั่วโมง ตกแต่งอย่างวิจิตรด้วยลาย Côtes de Genève , การขัดลบเหลี่ยมด้วยมือแบบ Bercé, และการขัดเงาชิ้นส่วนเหล็กแบบ Mirror Polished มาพร้อมกับสายหนังสีน้ำตาลอ่อนกับหัวเข็มขัดที่ผลิตจาก Platinum 950

Daniel Roth Extra-Plat Platinum Edition

Ref. DBBG01A1
ราคา 65,000 CHF
วางจำหน่าย พฤษภาคม 2026
รายละเอียดเพิ่มเติม danielroth.com

Initial Thoughts

การเปิดตัว Daniel Roth Extra-Plat ในวัสดุแพลทินัมครั้งนี้ คือบทพิสูจน์ของการนำความคลาสสิกมาปรับปรุงให้สมบูรณ์แบบในยุคปัจจุบัน ตัวเรือนทรง Ellipsocurvex ยังคงมีเสน่ห์ดึงดูดสายตาเสมอ โดยเฉพาะเมื่อจับคู่กับหน้าปัดสีเทาแอนทราไซต์ที่ดูขรึมและมีพลังมากกว่าเวอร์ชันทองคำ แม้ความบางระดับ 7.7 มิลลิเมตร อาจจะไม่ใช่สถิติโลก แต่ในแง่ของสัดส่วนและการสวมใส่ถือว่าทำออกมาได้ “พอดี” และมีความสง่างามในแบบสุภาพบุรุษอย่างแท้จริง การเก็บรายละเอียดของกลไก DR002 นั้นอยู่ในระดับไฮเอนด์ที่นักสะสมโหยหา เป็นการกลับมาของแบรนด์อิสระระดับตำนานที่เดินเกมได้อย่างถูกทิศทางครับ