Oris Star Edition การกลับมาของดวงดาวแห่งยุคอวกาศกับจิตวิญญาณแห่งอิสรภาพ

หากย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษที่ 1960 Oris ได้สร้างหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์ด้วยการเปิดตัวคอลเลกชัน Oris Star ในปี 1966 ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะเหนือข้อบังคับของกฎหมายนาฬิกาสวิส ปี 1934 ที่เคยจำกัดสิทธิ์ในการพัฒนากลไกแบบ Lever Escapement ของแบรนด์ การถือกำเนิดของ Oris Star ในยุคนั้นจึงไม่เพียงแต่นำเสนอดีไซน์ล้ำสมัยสไตล์ยุคอวกาศ แต่ยังเป็นการประกาศอิสรภาพทางเทคโนโลยีการผลิตที่ทำให้ Oris ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตนาฬิกาแถวหน้าอย่างเต็มตัว และในปี 2026 นี้ รูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ดังกล่าวได้ถูกนำมาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้งเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 60 ปีของดวงดาวดวงนี้

หน้าปัดของ Oris Star Edition มาในสีเงินพร้อมผิวสัมผัสแบบด้านที่ให้กลิ่นอายย้อนยุคอย่างชัดเจน โดดเด่นด้วยเส้นกากบาทกลางหน้าปัดที่เป็นเอกลักษณ์ของรุ่นดั้งเดิม รายล้อมด้วยหลักชั่วโมงแบบขีดคู่แบบนูนที่มีความเงางาม ชุดเข็มชั่วโมงและนาทีเป็นทรงปลายเหลี่ยมแต้มด้วยสารเรืองแสง Super-LumiNova เพื่อการอ่านค่าในที่มืด เพิ่มความน่าสนใจด้วยช่องหน้าต่างแสดงวันที่ทรงคางหมูที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา ปกป้องหน้าปัดด้วยกระจก Plexi ทรงโดมโค้งที่จงใจให้เกิดการบิดเบือนของแสงบริเวณขอบภาพเพื่อคงเสน่ห์แบบวินเทจไว้ให้มากที่สุด

ตัวเรือนผลิตจากวัสดุ Stainless Steel มาในรูปทรงถังเบียร์ ขนาด 35 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นขนาดดั้งเดิมที่ได้รับความนิยมในยุค 60s ตัวเรือนมีความหนาเพียง 11.1 มิลลิเมตร งานขัดแต่งตัวเรือนเน้นความประณีตด้วยการปัดลาย Satin ในแนวตั้งสลับกับการขัดเงาบริเวณขอบตัดด้านบน ตัวเรือนสามารถกันน้ำได้ระดับ 50 เมตร มาพร้อมเม็ดมะยมและฝาหลังแบบขันเกลียว ซึ่งฝาหลังมีการสลักรูปโล่ Oris แบบดั้งเดิมไว้อย่างสวยงาม ขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติ Calibre 733 ที่มีพื้นฐานมาจาก Sellita SW200-1 ทำงานด้วยความถี่ 28,800 รอบต่อชั่วโมง (4 Hz) ให้พลังงานสำรองนาน 41 ชั่วโมง รองรับฟังก์ชันการหยุดเข็มวินาทีเพื่อตั้งเวลา ปิดท้ายด้วยสายหนังสีดำพร้อม Pin Buckle ที่ช่วยเสริมลุคคลาสสิกได้อย่างลงตัว

Oris Star Edition

Ref. 01 733 7813 4151-Set
ราคา 86,900 บาท
วางจำหน่าย พฤษภาคม 2026
รายละเอียดเพิ่มเติม oris.ch

Initial Thoughts

การเลือกนำ Oris Star กลับมาทำใหม่ในขนาด 35 มิลลิเมตร ถือเป็นการตัดสินใจที่กล้าหาญและรักษาสัจจะต่อประวัติศาสตร์อย่างยิ่ง ในยุคที่นาฬิกาแนวย้อนยุคกำลังเป็นที่นิยม การเลือกใช้รูปทรงตัวเรือนแบบทรงถังเบียร์ช่วยสร้างความแตกต่างจากนาฬิกาทรงกลมทั่วไปในตลาดได้อย่างชัดเจน แม้สเปกบางส่วนอย่างกระจกพลาสติกอะคริลิกอาจจะดูขัดใจผู้ที่เน้นความทนทาน แต่มันคือหัวใจสำคัญที่ทำให้จิตวิญญาณของปี 1966 กลับมามีชีวิตอีกครั้งได้อย่างสมบูรณ์แบบ นี่คือนางฬิกาที่เหมาะสำหรับนักสะสมที่หลงใหลในเรื่องราวการต่อสู้ของแบรนด์อิสระ และต้องการนาฬิกาที่มีบุคลิกโดดเด่นไม่ซ้ำใครบนข้อมือ