ย้อนกลับไปในปี 2022 Greubel Forsey ได้เปิดตัว Tourbillon 24 Secondes Architecture ซึ่งถือเป็นการฉีกกฎเกณฑ์การสร้างนาฬิกาแบบดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง โดยแนวคิดหลักไม่ใช่เพียงการนำกลไกไปใส่ในตัวเรือน แต่เป็นการสร้าง “สถาปัตยกรรม” ที่ตัวกลไกทำหน้าที่เป็นหน้าปัดในตัวเอง ซึ่งในตอนเริ่มต้นทางสตูดิโอผู้ผลิต ได้ประกาศว่าจะผลิตคาลิเบอร์นี้เพียง 5 ปี และจำกัดจำนวนไว้ที่ 66 เรือนเท่านั้น หลังจากส่งมอบไปแล้ว 55 เรือน นี่จึงเป็นบทสรุปส่งท้ายของซีรีส์นี้ด้วยเรือนเวลา 11 เรือนสุดท้ายที่เน้นการเพิ่มความแตกต่างของสีและพื้นผิวให้เด่นชัดยิ่งขึ้น
รายละเอียดของหน้าปัดแสดงผลแบบ Openworked ที่เผยให้เห็นชิ้นส่วนกลไกทั้งหมด 354 ชิ้น เข็มชั่วโมงและนาทีมีลักษณะฉลุโปร่งขนาดใหญ่ติดตั้งอยู่บน Tripod Bridge มาพร้อมการแสดงผลวินาทีเล็ก และแถบบอกพลังงานสำรอง ตัวเรือนได้รับการปกป้องด้วยกระจกแซฟไฟร์รอบด้านแบบ 360 องศา ช่วยให้มองเห็นการทำงานของกลไกได้จากทุกมุมมอง ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง โดยมีคำจำกัดความสลักไว้รอบขอบหน้าปัด อาทิ สถาปัตยกรรม), ความสมดุล, และนวัตกรรม เพื่อสะท้อนถึงปรัชญาของแบรนด์
ตัวเรือนผลิตจากวัสดุ Titanium ขนาด 47.05 มิลลิเมตร และขนาดขอบหน้าปัด 45.50 มิลลิเมตร รูปทรงตัวเรือนแบบ Convex และ Conical-frustum ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับโครงสร้างกลไกสามมิติ ตัวเรือนสามารถกันน้ำได้ในระดับ 50 เมตร โดยมีการออกแบบเม็ดมะยมและปุ่มกดให้กลมกลืนไปกับเส้นสายสถาปัตยกรรมของนาฬิกา ขับเคลื่อนด้วยกลไก Calibre GF01H ระบบไขลานด้วยมือ ไฮไลต์อยู่ที่การติดตั้ง Inclined 24-second Tourbillon ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา เพื่อความแม่นยำสูงสุดในเชิงการวัดเวลา ทำงานด้วยความถี่ 21,600 ครั้งต่อชั่วโมง ใช้ชุดตลับลานแบบแกนร่วม 3 ชุด ให้ พลังงานสำรองนานถึง 90 ชั่วโมง สะพานจักรผลิตจากไทเทเนียมขัดเงาทรงกลมวางอยู่บนแผ่น Mainplate ที่ขัดลายพ่นทรายอย่างประณีต ปิดท้ายด้วยสายยางคุณภาพสูงที่ออกแบบมาให้รับกับโครงสร้างล้ำสมัยของตัวเรือน
Greubel Forsey Tourbillon 24 Secondes Architecture Final Edition
Ref. GF01H – Final Edition
ผลิตจำนวนจำกัด 11 เรือน สุดท้ายในโลก
ราคา สอบถามได้ที่ SHH Pendulum
วางจำหน่าย เมษายน 2026
รายละเอียดเพิ่มเติม greubelforsey.com
Initial thoughts
การเผยโฉม “Final Edition” ของ Tourbillon 24 Secondes Architecture คือการประกาศความสำเร็จสูงสุดของ Greubel Forsey ในการหลอมรวมศิลปะสถาปัตยกรรมเข้ากับวิศวกรรมบอกเวลา การเลือกทิ้งทวนด้วยการเพิ่มความเข้มข้นของ Contrast บนตัวเรือนไทเทเนียม ไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องการอ่านค่าเวลา แต่ยังขับเน้นให้เห็นถึงความลึกซึ้งของงานขัดแต่งชิ้นส่วนแต่ละชิ้นที่เป็นมาตรฐานระดับสูงสุดของวงการ การสลักคำว่า “Architecture 1” ไว้ที่ฝาหลัง ยังเป็นการทิ้งปมที่น่าสนใจว่า แนวคิดการออกแบบโครงสร้างนาฬิกาเช่นนี้อาจถูกต่อยอดเป็นซีรีส์ใหม่ในอนาคต นี่คือนาฬิกาที่เป็นมากกว่าเครื่องบอกเวลา แต่มันคือประติมากรรมทางกลไกที่น่าสะสมที่สุดรุ่นหนึ่งในรอบทศวรรษ








