Tudor เริ่มต้นประวัติศาสตร์จากการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าโดย Hans Wilsdorf ในปี 1926 ซึ่งในปี 2026 นี้ถือเป็นวาระพิเศษครบรอบ 100 ปี ของแบรนด์พีน้องของ Rolex โดยทางแบรนด์ได้ตัดสินใจปลุกจิตวิญญาณของคอลเลกชัน Monarch ที่เคยโด่งดังในฐานะนาฬิกาสปอร์ตหรูดีไซน์โฉบเฉี่ยวในอดีตกลับมาทำใหม่อีกครั้ง โดยการนำเอารหัสดีไซน์ดั้งเดิมมาตีความใหม่ให้มีความทันสมัยและทรงพลังยิ่งขึ้น เพื่อสะท้อนถึงศตวรรษแห่งความสำเร็จของ “โล่” แห่งสวิตเซอร์แลนด์
หน้าปัดมาในสี Dark Champagne ที่ดูหรูหรา ตกแต่งด้วยหลักชั่วโมงแบบ California Dial ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างตัวเลขโรมันและอารบิกไว้อย่างลงตัว ตัวเข็มยังคงเอกลักษณ์ Snowflake แต่มีการปรับรูปลักษณ์ให้มีความละเอียดและขัดแต่งแบบเหลี่ยมมุม พร้อมเคลือบสีดำเพื่อการอ่านค่าที่ชัดเจน หน้าปัดย่อยเข็มวินาทีเล็ก ถูกวางไว้ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ล้อมรอบด้วยสเกลนาทีแบบรางรถไฟที่ให้ความรู้สึกย้อนยุค ทั้งหมดนี้ถูกปกป้องด้วยกระจก Sapphire ทรงโดมที่ทนทานต่อรอยขีดข่วน
ตัวเรือนผลิตจาก Stainless Steel ขนาด 39 มิลลิเมตร หนาเพียง 11.9 มิลลิเมตร ซึ่งถือเป็นขนาดที่ลงตัวสำหรับข้อมือทุกขนาด ตัวเรือนโดดเด่นด้วยการขัดเงาสลับด้าน เน้นเหลี่ยมมุมที่คมชัดแทบจะเป็นทรง Tonneau กันน้ำได้ในระดับ 100 เมตร ขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติแบบ In-house Calibre MT5662-2U ซึ่งผ่านการรับรองมาตรฐานความแม่นยำระดับ Master Chronometer จากสถาบัน METAS และ COSC ทำงานด้วยความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง สำรองพลังงานด้นานถึง 65 ชั่วโมง กลไกมีการขัดแต่งอย่างประณีตด้วยลาย Côtes de Genève และ Perlage ผ่านฝาหลังแบบเปลือย นาฬิกามาพร้อมกับสายแบบ 2-link ที่ขัดแต่งเหลี่ยมมุมให้รับกับตัวเรือน พร้อมระบบ T-fit ที่สามารถปรับระยะสายได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ
Tudor Monarch
Ref. 2639W1A0U-26060
ราคา 195,400 บาท
วางจำหน่าย เมษายน 2026
รายละเอียดเพิ่มเติม tudorwatch.com
Initial thoughts
การเปิดตัว Tudor Monarch ในวาระครบรอบ 100 ปีครั้งนี้ ถือเป็นการก้าวข้ามกรอบเดิม ๆ ของแบรนด์ที่มักยึดติดกับดีไซน์ Heritage แบบเดิม ๆ การเลือกใช้ California Dial คู่กับตัวเรือนที่มีเหลี่ยมมุมจัดจ้านแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญในการนำเสนออัตลักษณ์ใหม่ที่ดูมีความเป็น Avant-garde มากขึ้น แต่ยังคงรักษามาตรฐานความเชื่อมั่นด้วยกลไก METAS ที่ล้ำสมัย นี่ไม่ใช่แค่การฉลองอดีต แต่เป็นการประกาศศักดาของ Tudor ในฐานะผู้เล่นหลักที่พร้อมจะก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่สองอย่างเต็มภาคภูมิ และราคาที่เปิดมานั้นยังคงรักษาจุดแข็งในเรื่องความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับสเปกที่ได้รับได้อย่างยอดเยี่ยม








