ประวัติความเป็นมาของ Girard-Perregaux นั้น มีความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับกลไก Tourbillon และการออกแบบ Bridges มาตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 19 โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานอันเป็นเอกลักษณ์อย่าง “Three Golden Bridges” หรือสะพานจักรทองคำสามแถว ของ Constant Girard ซึ่งได้รับรางวัลเหรียญทองจากงาน Paris Universal Exhibition ในปี 1889 สำหรับนาฬิการุ่น Minute Repeater Flying Bridges นี้ ถือเป็นการสืบทอดเจตนารมณ์ดังกล่าวด้วยการนำเสนอโครงสร้างแบบ Openworked ที่แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของกลไกตีบอกเวลา ซึ่งเป็นงานฝีมือที่แบรนด์มีความเชี่ยวชาญมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่ยุคของ Jean-François Bautte ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์
ในส่วนของหน้าปัด นาฬิกาเรือนนี้มาในรูปแบบ Skeletonized ที่ไม่มีหน้าปัดแบบทึบเพื่อเปิดเผยความสวยงามของกลไกภายในทั้งหมด โดยมีเข็มชั่วโมงและนาทีทำจาก Pink Gold แบบ Skeleton พร้อมเคลือบสารเรืองแสงที่ให้แสงสีฟ้าในที่มืด หลักชั่วโมงติดตั้งอยู่บนขอบ Bezel ด้านในที่ทำจาก Pink Gold เช่นเดียวกัน ตัวกระจกหน้าปัดเป็นแบบ Box-type Sapphire ที่มีความโค้งมนและเคลือบสารป้องกันการสะท้อน ช่วยให้มองเห็นการทำงานของ Gongs (ฆ้อง) และ Hammers (ค้อน) ที่ติดตั้งไว้ด้านหน้าฝั่งหน้าปัดได้อย่างชัดเจน
ตัวเรือนขนาด 44 มิลลิเมตร หนา 17.90 มิลลิเมตร ผลิตจากวัสดุ 18K Pink Gold ขัดเงาและขัดด้านอย่างประณีต ตัวเรือนสามารถกันน้ำได้ที่ระดับ 30 เมตร ซึ่งถือเป็นความสำเร็จทางวิศวกรรมที่น่าทึ่งสำหรับนาฬิกา Minute Repeater เนื่องจากปกติแล้วช่องสำหรับคันโยกมักจะเป็นจุดอ่อนในการกันน้ำ แต่ GP ได้ออกแบบคันโยกแบบเลื่อนให้ผสานรวมกับตัวเรือนส่วนกลางได้อย่างแนบสนิท ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไก Calibre GP9530 แบบ In-house ทำงานด้วยระบบไขลานอัตโนมัติ ผ่าน Micro-rotor ที่ผลิตจาก White Gold เพื่อไม่ให้บดบังทัศนียภาพของกลกลไก ความถี่ในการทำงานอยู่ที่ 21,600 ครั้งต่อชั่วโมง (3 Hz) พลังงานสำรอง 60 ชั่วโมง รายละเอียดการขัดแต่งนั้นมีความวิจิตรบรรจงด้วยงานขัดแต่งด้วยมือกว่า 1,340 มุม โดยเฉพาะมุมด้านในที่ทำได้ยากยิ่ง สายนาฬิกาทำจากยางสีดำปั๊าลายผ้าพร้อมตัวล็อกสายแบบบานพับสามทบที่ทำจาก 18K Pink Gold
Girard-Perregaux Minute Repeater Flying Bridges
Ref. 99840-52-2013-5CC
ราคา 564,000 CHF
วางจำหน่าย มีนาคม 2026
รายละเอียดเพิ่มเติม girard-perregaux.com
Initial thoughts
Girard-Perregaux Minute Repeater Flying Bridges คือการพิสูจน์ให้เห็นว่าความคลาสสิกของกลไกสลับซับซ้อนระดับ Grand Complication สามารถนำมาตีความใหม่ให้ดูร่วมสมัยได้อย่างลงตัว การที่ GP เลือกใช้ Titanium สำหรับ Mainplate เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการนำเสียง แทนที่จะเป็นทองคำตามขนบเดิม แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับ “ประสิทธิภาพของเสียง” มาเป็นอันดับหนึ่ง นอกจากนี้การใส่ระบบไขลานอัตโนมัติแบบ Micro-rotor เข้ามายังช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานจริง แม้จะเป็นนาฬิการะดับ Hyper-luxury ก็ตาม นับเป็นหนึ่งในนาฬิกาที่น่าประทับใจที่สุดของปีนี้ทั้งในเชิงวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมศิลป์








