Breitling เดินหน้าตอกย้ำความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับโลกแห่งความเร็วด้วยการเปิดตัวเรือนเวลาพิเศษที่เป็นความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับทีม Aston Martin Aramco Formula ONE® Team โดยหยิบยกโมเดล Navitimer ซึ่งเป็นนาฬิกานักบินระดับไอคอนิกที่ถือกำเนิดขึ้นในปี 1952 มาตีความใหม่ผ่านวัสดุและนวัตกรรมที่ใช้ในสนามแข่ง Formula 1 เพื่อเฉลิมฉลองประวัติศาสตร์ที่ยาวนานของทั้งสองแบรนด์ โดยเฉพาะการระลึกถึงปี 1959 ซึ่งเป็นปีแรกที่ Aston Martin (แอสตัน มาร์ติน) เริ่มก้าวเข้าสู่การแข่งขันรถสูตรหนึ่งอย่างเป็นเต็มตัว
หน้าปัดโดดเด่นด้วยการใช้ Carbon Fiber สีดำ ตกแต่งด้วยลวดลาย Green Mottled ซึ่งสะท้อนถึงสี British Racing Green อันเป็นเอกลักษณ์ของทีมแข่ง ตัดกับหน้าปัดย่อยสีดำสนิท พร้อมเข็มวินาทีจับเวลาสีเขียว Lime Green ที่ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการอ่านค่าได้อย่างชัดเจน เข็มนาฬิกาและหลักชั่วโมงเคลือบด้วยสารเรืองแสง Super-LumiNova® เพื่อการอ่านค่าในที่มืด ฟังก์ชันการแสดงผลประกอบด้วยระบบ Chronograph และช่องหน้าต่างวันที่บริเวณ 6 นาฬิกา ปกป้องหน้าปัดด้วยกระจก Sapphire ทรงโดม เคลือบสารกันสะท้อนทั้งสองด้าน
ตัวเรือนขนาด 43 มิลลิเมตร หนา 13.69 มิลลิเมตร ผลิตจากวัสดุ Titanium เกรดพิเศษ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของคอลเลกชัน Navitimer ที่ใช้วัสดุชนิดนี้เพื่อให้มีน้ำหนักเบาและทนทานสูง โดยสามารถกันน้ำได้ที่ระดับ 30 เมตร ตัวเรือนคงเอกลักษณ์ด้วยขอบตัวเรือนหมุนได้สองทิศทาง พร้อม Circular Slide Rule ปุ่มกดจับเวลาทรงลูกสูบและเม็ดมะยมแบบไม่ขันเกลียวพร้อมโอริง 2 ชั้น ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติแบบ In-house Calibre B01 ทำงานด้วยความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง (4Hz) ให้พลังงานสำรองนานถึง 70 ชั่วโมง ผ่านมาตรฐานความเที่ยงตรงระดับ COSC โดยมองเห็นผ่านฝาหลัง Sapphire ที่เผยให้เห็นการขัดแต่งกลไกอย่างประณีตและโรเตอร์ที่สลักโลโก้ทีม Aston Martin Aramco F1 มาพร้อมกับสายนาฬิกาวัสดุหนังลูกวัวสีดำเย็บตะเข็บสีเขียว พร้อมตัวล็อกสายแบบ บานพับวัสดุ Titanium
Breitling Navitimer B01 Chronograph 43 Aston Martin Aramco Formula ONE® Team
Ref. EB01382A1B1W1
ผลิตจำนวนจำกัด 1,959 เรือน
ราคา 410,400 บาท
วางจำหน่าย กุมภาพันธ์ 2026
รายละเอียดเพิ่มเติม breitling.com
Initial Thoughts
การเลือกใช้ Titanium ในรุ่น Navitimer เป็นการขยับตัวที่น่าสนใจของ Breitling เพราะไม่เพียงแต่จะช่วยลดน้ำหนักของนาฬิกาจับเวลาขนาด 43 มิลลิเมตรให้ใส่สบายขึ้นอย่างชัดเจน แต่ยังเป็นการนำวัสดุสมัยใหม่มาผสมผสานกับดีไซน์คลาสสิกได้อย่างไร้ที่ติ หน้าปัด Carbon Fiber ที่มีลวดลายเฉพาะตัวทำให้แต่ละเรือนมีความยูนีคในตัวเอง นี่คือนาฬิกาที่สื่อสารความเป็นมอเตอร์สปอร์ตออกมาได้อย่างสง่างามและมีระดับ ไม่ใช่เพียงแค่การใส่โลโก้ทีมลงไป แต่เป็นการเลือกใช้วัสดุและสีสันที่สะท้อนถึงวิศวกรรมการแข่งรถอย่างแท้จริง








