ประวัติการนำหินล้ำค่ามาทำหน้าปัดของ Audemars Piguet มีมาอย่างยาวนานตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1960 ในนาฬิกาเดรสแบบ Ultra-thin และในปี 1988 แบรนด์ได้สร้างความฮือฮาด้วยการนำหิน Lapis Lazuli มาใช้ในรุ่น Royal Oak ตัวเรือน Platinum สำหรับรุ่นใหม่ล่าสุดนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากรุ่น Royal Oak Selfwinding 37MM Turquoise dial ในปี 2023 โดยครั้งนี้ได้หยิบยกความสง่างามของยุคสมัยใหม่มาผสานกับเสน่ห์ของหินธรรมชาติอีกครั้ง
หน้าปัดผลิตจากหิน Malachite ธรรมชาติที่ผ่านการขัดเงาสีเขียวสดใสพร้อมลวดลายแถบสีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแต่ละเรือน ซึ่งเกิดจากการตกผลึกของแร่ทองแดง และไม่มีช่องหน้าต่างวันที่เพื่อเปิดโชว์ความสวยงามของเนื้อหินได้อย่างเต็มตา ติดตั้งหลักชั่วโมงและชุดเข็มแบบ Royal Oak hands ผลิตจาก Yellow Gold 18K พร้อมเคลือบสารเรืองแสง Super Luminova เพื่อการอ่านค่าในที่มืด ครอบทับด้วยกระจกแซฟไฟร์เคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน
ตัวเรือนผลิตจากวัสดุ Yellow Gold 18K ผ่านการตกแต่งแบบซาตินสลับกับขัดเงา โดยมีให้เลือก 2 ขนาด คือ 37 มิลลิเมตร หนา 9.3 มิลลิเมตร และ 41 มิลลิเมตร หนา 10.5 มิลลิเมตร สามารถกันน้ำได้ที่ระดับ 50 เมตร ตัวเรือนทรงแปดเหลี่ยม ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไกที่แตกต่างกันตามขนาด โดยรุ่น 37 มิลลิเมตร ใช้กลไก Calibre 5909 ที่พัฒนาโดย Vaucher ทำงานด้วยความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง (4Hz) สำรองพลังงานได้ 60 ชั่วโมง ส่วนรุ่น 41 มิลลิเมตร ใช้กลไก In-house Calibre 4309 ความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง (4Hz) พลังงานสำรองสูงถึง 70 ชั่วโมง กลไกทั้งสองรุ่นผ่านการขัดแต่งอย่างประณีตและสามารถเชยชมผ่านฝาหลังแซฟไฟร์ใส โดยมาพร้อมกับสายนาฬิกา Yellow Gold 18K แบบ Integrated พร้อมตัวล็อกแบบบานพับสามทบ
Audemars Piguet Royal Oak Selfwinding 37mm & 41mm Yellow Gold Malachite
Ref. 15553BA.OO.1356BA.04 37mm
ราคา 2,604,300 บาท
Ref. 15513BA.OO.1320BA.01 41mm
ราคา 2,816,200 บาท
วางจำหน่าย มีนาคม 2026
รายละเอียดเพิ่มเติม audemarspiguet.com
Initial thoughts
การเลือกใช้หินมาลาไคต์คู่กับทองคำเป็นการจับคู่สีที่ดูทรงพลังและมีความเป็น “Regal” หรือความสง่างามแบบราชวงศ์อย่างชัดเจน การที่แบรนด์ตัดสินใจตัดช่องหน้าต่างวันที่ออกไปถือเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาด เพราะช่วยให้ลวดลายตามธรรมชาติของหินดูต่อเนื่องและไม่ถูกรบกวน สายตาของผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะบนข้อมือจะหลงใหลในความ Unique ของหน้าปัดเรือนนี้อย่างแน่นอน เพราะหินธรรมชาติแต่ละชิ้นย่อมมีลวดลายไม่ซ้ำกัน ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำในด้านการผสานอัญมณีศาสตร์เข้ากับเครื่องบอกเวลาได้อย่างลงตัว








