Jacob & Co. God of Time นิยามใหม่ของความเร็วกับTourbillon ที่หมุนเร็วที่สุดในโลก

Jacob & Co. แบรนด์ผู้สร้างสรรค์นาฬิกาและจิวเวลรี่ชั้นสูงที่ยังคงเดินหน้าภายใต้คอนเซปต์ “Inspired by the Impossible” สำหรับนาฬิกา God of Time รุ่นนี้ ถูกสร้างสรรค์ขึ้นในวาระโอกาสพิเศษเพื่อฉลองวันเกิดครบรอบ 60 ปี ของ Jacob Arabo ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารโดยตัวเรือนได้รับแรงบันดาลใจมาจากเสาหินของวิหารกรีกโบราณ และเป็นการต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านกลไก Tourbillon ซึ่งแบรนด์มีผลงานสะสมมากกว่า 35 กลไก ตั้งแต่แบบแกนเดี่ยวไปจนถึงสี่แกน

หน้าปัดผลิตจากวัสดุ Blue Aventurine ที่ให้ความรู้สึกเหมือนท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาว โดดเด่นด้วยงานประติมากรรมรูปปั้นลอยตัว 3 มิติของเทพโครนอส ผลิตจาก Rose Gold 18K ที่ผ่านการแกะสลักและขัดแต่งด้วยมืออย่างประณีต จนเห็นรายละเอียดของกล้ามเนื้อและเส้นผม แสดงผลเวลาด้วยเข็มทรง Dauphine ผลิตจากวัสดุ Red Gold 5N ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่กรง Tourbillon บริเวณ 3 นาฬิกา ที่หมุนครบรอบในเวลาเพียง 4 วินาที ซึ่งเร็วกว่าทูร์บิยองปกติถึง 15 เท่า ปกป้องหน้าปัดด้วยกระจกแซฟไฟร์เคลือบตัดแสงสะท้อน

ตัวเรือนผลิตจากวัสดุ Rose Gold 18K ขนาด 44.5 มิลลิเมตร หนา 18.10 มิลลิเมตร กันน้ำได้ในระดับ 30 เมตร งานดีไซน์ตัวเรือนแบบขอบข้างตัวเรือนถูกเซาะร่องคล้ายเสาวิหารสไตล์ Ionic มาพร้อม Crown ที่ติดตั้งอยู่ทางด้านซ้ายของตัวเรือนสำหรับตั้งเวลาเพียงอย่างเดียว ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไก In-house Caliber JCAM60 ระบบไขลานด้วยมือ ทำงานด้วยความถี่ 21,600 ครั้งต่อชั่วโมง พร้อมระบบ Constant Force เพื่อควบคุมการจ่ายพลังงานที่มหาศาลให้มีความเสถียร มีพลังงานสำรองนานถึง 60 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นเรื่องยากสำหรับกลไกที่ใช้พลังงานสูงเช่นนี้ ฝาหลังเป็นกระจกแซฟไฟร์สีน้ำเงินพิมพ์ลายเซ็นและใบหน้าของ Jacob Arabo นาฬิกามาพร้อมกับสายหนังจระเข้สีน้ำเงินพร้อมตัวล็อกสายแบบบานพับผลิตจาก Rose Gold 18K

Jacob & Co. God of Time

Ref. JA060.40.AA.AA.A
ผลิตจำนวนจำกัด 60 เรือน
ราคาสอบถามที่ SHH Pendulum
รายละเอียดเพิ่มเติม jacobandco.com

Initial thoughts

God of Time คือบทพิสูจน์ความทะเยอทะยานของ Jacob & Co. ในการก้าวข้ามขีดจำกัดทางวิศวกรรมนาฬิกา การพัฒนากลไกทูร์บิยองให้หมุนเร็วถึง 4 วินาทีต่อรอบ ไม่ใช่เพียงเรื่องของความเร็ว แต่คือการจัดการกับแรงเสียดทานและพลังงานอย่างมหาศาล ซึ่งการนำระบบ Constant Force มาช่วยทำให้นาฬิกายังคงมีความแม่นยำและมีพลังงานสำรองที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ในแง่ของงานศิลป์ การนำเทพปกรณัมกรีกมาผสานกับวัสดุอเวนจูรีนช่วยสร้างมิติบนหน้าปัดได้อย่างน่าอัศจรรย์ ถือเป็นนาฬิกาที่รวบรวมทั้งนวัตกรรมและความเป็น Métiers d’Art ไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบสำหรับนักสะสมระดับโลก