Bernhard Lederer สมาชิกยุคบุกเบิกของ Académie Horlogère des Créateurs Indépendants (AHCI) ได้อุทิศเวลากว่า 4 ทศวรรษในการไขปริศนาที่เหล่านักประดิษฐ์นาฬิกาในตำนานอย่าง Abraham-Louis Breguet และ George Daniels (จอร์จ แดเนียลส์) เคยทิ้งไว้ นั่นคือความเปราะบางของชุดปล่อยจักรแบบ Detent Escapement ที่มักขาดเสถียรภาพเมื่อแรงส่งต่ำ จนนำไปสู่การสร้างสรรค์ Central Impulse Chronometer หรือ “CIC” ที่ได้รับรางวัลนวัตกรรมระดับโลกมาแล้วถึงสองครั้ง และล่าสุดในรุ่น CIC 39 mm ก็ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้เข้ารอบสุดท้าย) ของรางวัล Louis Vuitton Watch Prize เมื่อวันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา
หน้าปัดมาในสี Racing Green ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากรถยนต์คลาสสิกส่วนตัวรุ่น Sunbeam-Talbot ของ Bernhard ผิวสัมผัสหน้าปัดเป็นพื้นผิวแบบด้าน เพื่อลดแสงสะท้อนและเพิ่มความชัดเจนในการมอง โดดเด่นด้วยช่องช่องเปิดที่ตำแหน่ง 10 นาฬิกา เผยให้เห็นการทำงานของ Constant Force Mechanism และแสดงผลผ่านเข็มชั่วโมง, นาที และเข็มวินาทีแบบ Off-centered ใช้กระจกหน้าปัดแซฟไฟร์ทรงโดม ที่ทำหน้าที่เสมือนเลนส์ช่วยขยายรายละเอียดของกลไกให้ดูนุ่มนวลและมีมิติ
ตัวเรือนขนาด 39 มิลลิเมตร ผลิตจากวัสดุ 5N Rose Gold ที่ผ่านการขัดเงาทั้งในส่วนของขอบตัวเรือนและด้านข้างตัวเรือน มีระดับการกันน้ำที่ 30 เมตร ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไก In-house ระบบไขลานด้วยมือ ประกอบด้วยชิ้นส่วนทั้งหมด 212 ชิ้นส่วน ความถี่ในการทำงานอยู่ที่ 21,600 ครั้งต่อชั่วโมง (3Hz) สำรองพลังงาน 38 ชั่วโมง โดยจุดเด่นอยู่ที่การใช้ Double Detent Escapement และชุด Gear Trains แยกอิสระสองชุด พร้อมนวัตกรรม Metronome ที่ช่วยควบคุมการไหลเวียนของพลังงานให้เสถียรแม้ในช่วงแรงดันต่ำ มาพร้อมกับสายนาฬิกาผลิตจากหนังลูกวัวธรรมชาติที่เย็บด้วยมือ โดยเลือกเฉดสีให้เข้ากับหน้าปัด พร้อมตัวล็อกสายแบบหัวเข็มจัดวัสดุด 5N Rose Gold
Lederer CIC 39 Racing Green
ราคา 155,000 CHF
วางจำหน่าย ธันวาคม 2025
รายละเอียดเพิ่มเติม lederertimepieces.com
Initial thoughts
Lederer CIC 39 Racing Green ไม่ใช่เพียงแค่นาฬิกาที่มีรูปลักษณ์สวยงาม แต่มันคือการพิสูจน์ถึง “ความจริงใจทางกลศาสตร์” ของ Bernhard Lederer การเลือกใช้ตัวเรือนขนาด 39 มิลลิเมตร ถือเป็นการตอบโจทย์นักสะสมยุคใหม่ที่มองหาความคลาสสิกที่สวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน ขณะที่สี Racing Green บนตัวเรือนทองช่วยขับเน้นความหรูหราแบบเงียบง่ายได้เป็นอย่างดี สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดคือการที่แบรนด์เลือกโชว์กลไก Constant Force ไว้บนหน้าปัด ซึ่งเป็นการประกาศกร้าวว่าความสวยงามที่แท้จริงต้องมาจากการแก้ปัญหาทางวิศวกรรมที่ซับซ้อนให้กลายเป็นความเรียบง่ายที่มองเห็นได้








