URWERK UR-230 Black Star Final Edition บทสรุปสีดำแห่งตำนานที่ผสานนวัตกรรมแห่งกลไกและแรงลม

URWERK แบรนด์อิสระที่ได้รับการยกย่องในด้านนวัตกรรมการแสดงเวลาที่ไม่เหมือนใคร ได้เปิดตัว UR-230 Black Star Final Edition ในฐานะบทสรุปสุดท้ายของซีรีส์ UR-230 ซึ่งเป็นทายาทที่สืบต่อมาจากนาฬิการุ่นเรือธงในตระกูล UR-200 ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2006 นาฬิกาในซีรีส์ UR-230 นี้ ถูกพัฒนาต่อยอดจากรุ่น UR-210 และ UR-220 ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ของหน้าปัดแบบ Satellite Display หรือการแสดงผลแบบดาวเทียม อันเป็นที่จดจำไว้ได้อย่างครบถ้วน รุ่น UR-230 ได้เริ่มต้นด้วยรุ่น Eagle และตามมาด้วยรุ่น Polaris ในโทนสีขาว และในที่สุด UR-230 Black Star นี้ ก็กลับมาสู่โทนสีดำ-เหลือง อันเป็นสัญลักษณ์ของความลึกลับและความโดดเด่น ถือเป็นการปิดฉากที่สมบูรณ์แบบของซีรีส์ก่อนการเปิดตัวโมเดลถัดไปในปี 2026

หน้าปัดแสดงผลเวลาที่ซับซ้อนและมีเอกลักษณ์ในแบบชั่วโมงหมุนวน ผ่านกลไก Satellite Complication ที่มีแกนกลางเชื่อมต่อกับลูกบาศก์ดาวเทียมบอกชั่วโมงแบบ 3 ด้านจำนวน 3 ชุด โดยมีเข็ม 3 มิติย้อนกลับ ที่ถูกเจาะโปร่งคอยนำชั่วโมงที่กำลังเคลื่อนที่ไปตามส่วนโค้ง 120 องศาซึ่งทำหน้าที่เป็นรางบอกนาที ตั้งแต่ 0 ถึง 60 นาที เมื่อสิ้นสุดนาทีที่ 60 เข็มจะดีดกลับทันทีเพื่อรับดาวเทียมชุดถัดไป องค์ประกอบของหน้าปัดถูกนำเสนอในเฉดสีเทาและดำ พร้อมการเน้นด้วยสีเหลืองที่เคลือบด้วยสารเรืองแสง Super-LumiNova นอกจากนี้ นาฬิกายังมาพร้อมฟังก์ชันที่ซับซ้อนอีกสองอย่าง คือ ตัวแสดงสถานะการควบคุมแรงลม Aerodynamic Winding Regulation หรือ Air Brake และตัวแสดงสถานะการไขลานอัตโนมัติหรือ On-Off ซึ่งทั้งสองจะอยู่ตรงตำแหน่ง 11 และ 1 นาฬิกา ขณะที่กระจกหน้าปัดถูกปกป้องด้วยกระจกแซฟไฟร์ทรงโค้ง สำหรับสายนาฬิกาเป็นสายยาง Vulcanised สีเหลืองสดใส พร้อมด้วยหัวเข็มขัด Titanium Black DLC และระบบล็อกแบบ Velcro 

ตัวเรือนมิติที่ล้ำสมัยขนาดกว้าง 44.81 มิลลิเมตร ยาว 53.55 มิลลิเมตร หนา 14.30 มิลลิเมตร โครงสร้างของตัวเรือนถูกออกแบบให้เป็นเสมือนตู้นิรภัยเชิงกล ที่ประกอบด้วยตัวบรรจุไทเทเนียมแบบสุญญากาศ ระดับการกันน้ำที่ 30 เมตร และล้อมรอบด้วยเปลือกนอกที่ผลิตจากวัสดุ Composite Ceramic พิเศษที่พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับ URWERK ซึ่งเป็นวัสดุลามิเนตที่ผสานชั้นของเซรามิกถักทอไฟเบอร์กลาสและคาร์บอนไฟเบอร์เข้าไว้ในพอลิเมอร์แมทริกซ์ ทำให้เกิดพื้นผิวที่แวววาว ฝาหลัง Titanium Black DLC พร้อมกระจกแซฟไฟร์ และมีกลไกควบคุมการปรับหรือปิดการทำงานของโรเตอร์ที่ด้านหลังตัวเรือน ขันเคลื่อนด้วกลไกไขลานอัตโนมัติ Calibre UR-7.30 ที่พัฒนาโดย URWERK บนฐานกลไกของ Vaucher มีพลังงานสำรอง นานถึง 48 ชั่วโมง ทำงานด้วยความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง และใช้ชุดจักรหนีแบบ Swiss Lever Escapement และระบบ Dual Turbine System แบบเอกสิทธิ์เฉพาะ ที่กังหันหนึ่งทำหน้าที่ดูดซับแรงกระแทกภายนอก ส่วนอีกตัวทำหน้าที่ควบคุมการไหลเวียนของอากาศภายในกลไกไขลานอัตโนมัติ ให้เป็นเสมือนเบรกอากาศตามที่แสดงบนหน้าปัด

URWERK UR-230 Black Star Final Edition

ผลิตจำนวนจำกัด 35 เรือน
ราคา 6,613,000 บาท
วางจำหน่าย ธันวาคม 2025
รายละเอียดเพิ่มเติม urwerk.com

Initial Thoughts

URWERK UR-230 Black Star Final Edition คือผลงานที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์อันก้าวหน้าของแบรนด์อิสระได้อย่างชัดเจน การนำเสนอการแสดงผลเวลาแบบ Wandering Hours ที่ซับซ้อน ควบคู่ไปกับการผสานนวัตกรรมด้านกลไกอย่าง Dual Turbine System และการควบคุมแรงลม Air Brake เข้ากับวัสดุ Composite Ceramic ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ ถือเป็นการแสดงออกถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์เรือนเวลาที่ล้ำยุคและมีประสิทธิภาพสูง รุ่น Black Star ไม่เพียงแต่เป็นนาฬิกาที่บอกเวลาเท่านั้น แต่ยังเป็นประติมากรรมแห่งกลไกที่สวมใส่ได้ และการตัดสินใจปิดฉากซีรีส์ 230 ด้วยรุ่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของ URWERK ในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าจับตาอย่างยิ่งสำหรับทิศทางของแบรนด์ในอนาคต