Audemars Piguet ประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ด้วยการเข้าซื้อนาฬิกาพกพาที่ซับซ้อนและทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่สุดเรือนหนึ่งของโลก นั่นคือ “Grosse Pièce” (Ref.16869) จากการประมูลของ Sotheby’s ที่นิวยอร์ก การกลับมาของเรือนเวลาอันเป็นตำนานนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญอย่างยิ่งสำหรับแบรนด์ ในวาระที่ Audemars Piguet กำลังฉลองครบรอบ 150 ปีแห่งความเป็นเลิศด้านการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูง ซึ่งการเข้าซื้อ “Grosse Pièce” ครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ Audemars Piguet ในการรักษาและเผยแพร่มรดกทางประวัติศาสตร์ของเมซง โดยนาฬิกาพกพาเรือนนี้ได้รับการบันทึกว่าเป็นหนึ่งในนาฬิกาที่ซับซ้อนที่สุดที่เคยผลิตโดย Audemars Piguet ซึ่งเทียบเคียงได้กับนาฬิกาพกพาในตำนานอย่าง “Universelle” ที่สร้างขึ้นในปี 1899 โดยนาฬิกา “Grosse Pièce” ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี 1898–1899 และมาพร้อมกับกลไกซับซ้อนถึง 19 ฟังก์ชัน
ด้านหน้า: หน้าปัดบอกเวลาเฉลี่ยที่ทำจากอีนาเมลสีขาว ประดับด้วยเลขอารบิก มีหน้าปัดย่อยสี่ตำแหน่งแสดงผลปฏิทินถาวรที่มาพร้อมตัวเลขบอกรอบปีอธิกสุรทิน, วันที่รวมกับวันในสัปดาห์, ตัวนับสำหรับระยะเวลา 60 นาทีและ 12 ชั่วโมงที่ผ่านไป, ข้างขึ้นข้างแรมและอายุของดวงจันทร์รวมกับตัวบอกพลังงานสำรอง (Up/Down Indication) และวงแหวนรอบนอกปรับเทียบสำหรับสมการเวลา
ด้านหลัง: หน้าปัดแสดงเวลาดาราคติ ซึ่งเป็นหน้าปัดสีเงินและทองที่ผ่านการแกะสลักลวดลายแบบกลไก ปรับเทียบสำหรับ 24 ชั่วโมงด้วยเลขอารบิก ล้อมรอบช่องเปิดที่เผยให้เห็นแผนที่ดวงดาวและการเคลื่อนที่ของดวงดาวเหนือนครลอนดอน (ละติจูด 51.5072° เหนือ, ลองจิจูด 0.1276° ตะวันตก) ณ เวลาใดก็ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน โดยแสดงดวงดาว 315 ดวง พร้อมกลุ่มดาวต่าง ๆ ที่มีการระบุชื่อไว้ ทั้งหมดสลักเป็นสีทองบนพื้นหลังเคลือบอีนาเมลสีน้ำเงิน แผนที่ดาวยังมีป้ายสีเงินสองป้ายระบุขอบฟ้าด้านตะวันตกและขอบฟ้าด้านตะวันออก โดยมีการตั้งค่าด้วยมือด้วยปุ่มตั้งค่าแบบหมุนสำหรับหน้าปัดแต่ละอัน
ตัวเรือน: ขนาด 85 มิลลิเมตร ทำจากทองคำ 18K พร้อมขอบหน้าปัดแบบขึ้นรูป ด้านข้างตัวเรือนติดตั้งปุ่มเลื่อนสำหรับเลือกฟังก์ชันเงียบ/ตีบอกเวลา และอีกปุ่มสำหรับเลือกตีบอกเวลาแบบสิบห้านาทีต่อชั่วโมง ตัวเรือนแบบบานพับห้าบาร์ ห่วงคล้องแบบหมุนได้ ป้องกันการถูกขโมยที่ประทับตราสัญลักษณ์รับรองจากอังกฤษ
หลังจากนี้ นาฬิกา “Grosse Pièce” ที่เปรียบเสมือนตัวแทนของความสามารถอันเหนือชั้นของช่างนาฬิกาแห่ง Vallée de Joux ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ความซับซ้อนทางเทคนิคที่รวบรวมไว้ในตัวเรือนนี้ ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณแห่งการบุกเบิกและนวัตกรรมที่เป็นหัวใจสำคัญของ Audemars Piguet มาโดยตลอด จะถูกเก็บรักษาและจัดแสดงเป็นส่วนหนึ่งของ Audemars Piguet Heritage Collection ณ Musée Atelier Audemars Piguet เพื่อเป็นเครื่องยืนยันถึงตำนานและอนาคตของแบรนด์ในฐานะผู้สร้างสรรค์นาฬิกาชั้นสูงที่ก้าวล้ำในอดีตไปจนถึงอนาคต









