Grand Seiko เปิดตัวบูติกแห่งใหม่ ณ เกษรวิลเลจ ชั้น G เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของแบรนด์ในการขยายตลาดในประเทศไทย โดยรังสรรค์พื้นที่ทุกๆ ส่วนให้สะท้อนถึงการผสมผสานศาสตร์แห่งความเที่ยงตรงแม่นยำและความงดงามเชิงสุนทรียของการประดิษฐ์เรือนเวลาชั้นสูงจากญี่ปุ่น เข้ากับดีไซน์ที่สง่างามแบบร่วมสมัย เพื่อให้ทุกรายละเอียดภายในบูติกที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างประณีต กลายเป็นพื้นที่ที่พร้อมต้อนรับนักสะสมและคนรักนาฬิกาให้ได้เข้ามาร่วมสัมผัสศิลปะแห่งเวลาและธรรมชาติตามแบบฉบับของ Grand Seiko
บูติกของ Grand Seiko แห่งใหม่ซึ่งเปิดให้บริการที่เกษรวิลเลจ ชั้น G นี้มีขนาดพื้นที่ 122 ตารางเมตร กว้างขวางกว่าพื้นที่บูติกแห่งเดิมที่ชั้น 1 เพื่อให้สามารถรองรับการเติบโตของตลาดและมอบประสบการณ์การเลือกชมเรือนเวลาชั้นสูงจากญี่ปุ่นหลากหลายคอลเลกชันได้อย่างสะดวกสบายและเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้นให้แก่ทั้งนักสะสม คนรักนาฬิกา และผู้ที่หลงใหลในความงดงามและคุณค่าที่อยู่เหนือกาลเวลาของนาฬิกาชั้นสูง ทุกองค์ประกอบตั้งแต่การจัดวางไปจนถึงการจัดแสงไฟ ล้วนผ่านการออกแบบอย่างถี่ถ้วนสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Grand Seiko ในด้านความเป็นเลิศ ความงดงาม และศิลปะแห่งเวลา
การตกแต่งภายในของบูติกแห่งใหม่นี้ผสมผสานความงามร่วมสมัยเข้ากับแรงบันดาลใจจากงานฝีมือญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมอย่างกลมกลืน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้โทนสีเรียบหรู การจัดแสงให้ดูสบายตา และพื้นผิวไม้สีอ่อน ที่ช่วยสร้างบรรยากาศที่สงบและน่ารื่นรมย์ ฉากกั้นโปร่งแสงถูกติดตั้งเพื่อจัดแยกพื้นที่สำหรับชมนาฬิกาและพื้นที่จัดแสดงบริเวณด้านหน้าอย่างเป็นสัดส่วน เพื่อให้ผู้ที่มาเยือนได้รับชมนาฬิกาในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัว ดีไซน์ของฉากกั้นเหล่านี้ได้แรงบันดาลใจจาก Kumiko เทคนิคงานไม้อันเก่าแก่ของญี่ปุ่นที่ช่างฝีมือจะใช้แผ่นไม้ประกอบขึ้นเป็นลวดลายตารางอย่างประณีตโดยไม่ใช้ตะปู สะท้อนจิตวิญญาณของแบรนด์ที่เคารพในศิลปะชั้นสูงที่ต้องอาศัยทักษะความเชี่ยวชาญของช่างศิลป์ โลโก้ของแบรนด์บนผนังสีน้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์ ช่วยเติมเต็มบรรยากาศ พื้นที่ส่วนจัดแสดงทรงกลมที่กึ่งกลางของพื้นที่ร้าน รายล้อมด้วยมุมที่จัดสรรให้เป็นพื้นที่ต้อนรับ และเชื้อเชิญให้ผู้มาเยือนได้รับชมเรือนเวลา คอลเลกชันต่างๆ ได้ตามอัธยาศัย
บูติกแห่งใหม่นำเสนอคอลเลกชันหลักทั้งห้าของ Grand Seiko ได้แก่ Sport, Heritage, Elegance, Evolution 9 รวมถึงผลงาน Masterpiece สุดพิเศษที่หาชมได้ยาก ซึ่งทุกๆ เรือนล้วนสะท้อนปรัชญา “The Nature of Time” ที่บอกเล่าความเชื่อมโยงอันแน่นแฟ้นระหว่างเวลาและธรรมชาติ อันเป็นหัวใจของแบรนด์ ภายในบูติกแห่งใหม่นี้ ยังเป็นที่จัดแสดงเรือนเวลาที่เปิดตัวใหม่ล่าสุดสองรุ่น ที่ได้แรงบันดาลใจจากการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลในญี่ปุ่น นั่นคือ “Snowdrop” SBGM255 และ “Moondrop” SBGM257 จากคอลเลกชัน Elegance ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมเป็นต้นไป อีกด้วย









