นาฬิกาตระกูล Alpinist ได้ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี 1959 ภายใต้ชื่อ Laurel Alpinist ซึ่งเกิดขึ้นในยุคที่การปีนเขาและกีฬาสกีเริ่มเป็นที่นิยม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตอบสนองต่อความต้องการกิจกรรมกลางแจ้งที่สมบุกสมบัน ด้วยการออกแบบที่เน้นความทนทานและใช้งานได้จริง เพื่อรับมือกับสภาพแวดล้อมที่รุนแรงได้อย่างยอดเยี่ยม และนาฬิกาเรือนต้นฉบับนี้ยังถูกจดจำในฐานะนาฬิกาเรือนแรกของ Seiko อีกด้วย ปัจจุบัน Alpinist ไม่เพียงแต่เหมาะสำหรับนักผจญภัยเท่านั้น แต่ยังเป็นนาฬิกาสไตล์สปอร์ต-คลาสสิกที่ลงตัวกับชีวิตในเมือง ขณะที่ยังคงสะท้อนจิตวิญญาณของเรือนต้นฉบับไว้อย่างครบถ้วน พร้อมกับสเปกที่คู่ควรกับคอลเลกชัน Prospex
สำหรับรุ่นใหม่นี้ หน้าปัดได้นำโลโก้ Alpinist กลับมาอยู่ใต้ตำแหน่ง 12 นาฬิกา เพื่อเติมเต็มความรู้สึกและชวนให้นึกถึงกลิ่นอายแห่งเอกลักษณ์ของ Laurel Alpinist เรือนต้นฉบับจากปี 1959 โดยมีหน้าปัดให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเทอร์ควอยซ์, สีดำ และสีเขียว ซึ่งทุกสีผ่านการขัดแต่งลวดลายซันเรย์ ใช้กระจกหน้าปัด Sapphire crystal พร้อมตัดแสดงสะท้อนด้านใน และมีเลนส์ขยายเพื่อช่วยในการอ่านค่า นาฬิกามาพร้อมฟังก์ชันพื้นฐานครบถ้วน ได้แก่ หน้าต่างแสดงวันที่และจุดเด่นคือฟังก์ชันเข็มทิศบนขอบ Inner ring ที่สามารถใช้งานได้จริงผ่านเม็ดมะยมที่สอง ณ ตำแหน่ง 4 นาฬิกา
ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 39.5 มิลลิเมตร หนา 12.7 มิลลิเมตร กันน้ำลึก 200 เมตร มาพร้อมกับฝาหลังเแบบโปรร่งใสพิมพ์ลวดลาย ‘ภูเขา’ ที่สื่อถึงแนวคิดและจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยของ Alpinist กลไกภายในที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติ Calibre 6R55 ทำงานที่ความถี่ 21,600 ครั้งต่อชั่วโมง สำรองพลังงาน 72 ชั่วโมง โดยนาฬิกามาพร้อมกับสายเหล็กแบบ 3 links และสายหนังวัวสีน้ำตาลกับตัวล๊อกสายแบบบานพับ
Seiko Prospex Alpinist Mechanical
Ref. SPB503 หน้าปัดสีเทอร์ควอยซ์ ซันเรย์
Ref. SPB505 หน้าปัดสีดำ ซันเรย์
ราคา 38,000 บาท
Ref. SPB507 หน้าปัดสีเขียว ซันเรย์
ราคา 34,000 บาท
วางจำหน่าย พฤศจิกายน 2025
รายละเอียดเพิ่มเติม seikoboutiquethailand.com
Initial Thought
การกลับมาของ Seiko Prospex Alpinist Mechanical นี้ เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างเสน่ห์แบบวินเทจจากเรือนต้นฉบับปี 1959 กับมาตรฐานทางเทคนิคสมัยใหม่ในคอลเลกชัน Prospex ทำให้เป็นนาฬิกาสปอร์ตที่สวมใส่ได้สบายและเข้ากับข้อมือได้หลากหลาย กลไกที่ให้พลังงานสำรอง 3 วันเต็ม เป็นการอัปเกรดที่สำคัญที่เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานจริงอย่างมาก ฟังก์ชันเข็มทิศยังคงเป็นเอกลักษณ์ที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ของนาฬิกาผจญภัยได้อย่างชัดเจน รุ่นนี้จึงเป็นนาฬิกาที่ดึงดูดทั้งนักสะสมที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์ของแบรนด์ และผู้บริโภคที่มองหานาฬิกาสปอร์ตที่ทนทานและมีสไตล์ในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง









