SWATCH เป็นแบรนด์นาฬิกาที่ได้ชื่อว่าสามารถถ่ายทอดจิตวิญญาณของยุค 80s และ 90s ได้อย่างไม่มีใครเทียบ ด้วยสีสันที่สดใสที่ฝังอยู่ในดีเอ็นเอของแบรนด์ ซึ่งสื่อถึงความสนุกสนาน การมองโลกในแง่ดี และสไตล์ที่กล้าหาญ คอลเลกชัน “NEON” รุ่นล่าสุดนี้เป็นการรำลึกถึงช่วงเวลานั้น โดยได้รับแรงบันดาลใจจากนาฬิการุ่นอนาล็อกที่โดดเด่นที่สุดในยุคนั้นของ SWATCH ทำให้หวนนึกถึงยุคของเกมอาร์เคดและวิดีโอเทป VHS การเดินทางของคอลเลกชัน NEON เริ่มต้นขึ้นในปี 2023 ด้วยสี่ดีไซน์ และต่อยอดในปี 2024 ด้วยนาฬิกาเพิ่มเติมอีกหกเรือน และในปี 2025 นี้ Swatch ก็สร้างความตื่นเต้นอีกครั้งด้วยการเปิดตัวบทที่สามของคอลเลกชัน SWATCH NEON ซึ่งเป็นการนำรุ่นระดับตำนานจาก Swatch Archive กลับมาอีกครั้ง ได้แก่ FLUMOTIONS (1988), SIGNAL FLAG (1990), EMERALD DIVER (1986), SKYCHART (1991), และ HIELO (1993)
คอลเลกชันใหม่ล่าสุดในปี 2025 ประกอบด้วยนาฬิกาหกเรือน หนึ่งในนั้นคือ SWATCH NEON SKYCHART ซึ่งเป็นการนำรุ่นดั้งเดิมที่เปิดตัวในปี 1991 กลับมา นาฬิการุ่นนี้ยังคงคุณสมบัติเด่นคือ ช่องหน้าต่างแสดงวันที่ ในขณะที่ Swatch NEON EMERALD CHRONO เป็นการตีความใหม่จากรุ่น EMERALD DIVER ปี 1986 แต่ได้ถูกนำเสนอในรูปแบบ โครโนกราฟเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก โดยผสานการจับเวลาที่แม่นยำเข้ากับสุนทรียภาพของสีนีออนที่สดใส ขณะที่รุ่น Swatch NEON FLUMOTIONS ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่นคลาสสิกปี 1988 มาในรูปทรง SKIN CLASSIC ที่บางเฉียบ ส่วนรุ่น SWATCH NEON SIGNAL FLAG ที่ตีความใหม่จากไอคอนปี 1990 มาพร้อมสีส้มนีออน เหลือง และเขียว นาฬิกาในคอลเลกชันนี้ได้รับการปรับปรุงและอัปเกรดให้มีรายละเอียดที่ซับซ้อนขึ้น และบางรุ่นอาจมีการเพิ่มฟังก์ชัน SwatchPAY! เข้ามาด้วย วัสดุกระจกหน้าปัดไม่ได้ระบุไว้ในข้อมูล แต่คาดว่ายังคงใช้วัสดุตามมาตรฐานของ SWATCH
นาฬิกาในคอลเลกชันนี้มีการนำเสนอในรูปทรงที่เพรียวบางยิ่งขึ้น รุ่น SWATCH NEON SEPPIA ซึ่งรีมิกซ์มาจากรุ่น AQUACHRONO ปี 1994 มาในตัวเรือน BIG BOLD ขนาด 47 มิลลิเมตร เช่นเดียวกับรุ่น SWATCH NEON HIELO ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1993 ด้วยขนาด 25 มิลลิเมตร แต่ถูกนำมาออกแบบใหม่ให้มีขนาดที่โดดเด่นถึง 47 มิลลิเมตร ส่วนรุ่น SWATCH NEON FLUMOTIONS มาในตัวเรือนแบบ SKIN CLASSIC ซึ่งเป็นรูปแบบที่บางเป็นพิเศษ ระดับการกันน้ำและรายละเอียดความหนาของตัวเรือนไม่ได้ระบุไว้ในข้อมูลที่ให้มา แต่โดยทั่วไปแล้วนาฬิกา SWATCH มักมีตัวเรือนที่ทำจากพลาสติกหรือ Bioceramic ตามแนวทางของแบรนด์ ปุ่มกดและเม็ดมะยมได้รับการออกแบบใหม่ให้มีรูปทรงที่โฉบเฉี่ยว และมีสีสันนีออนเป็นองค์ประกอบตามดีไซน์ของแต่ละรุ่น
SWATCH NEON Collection
SWATCH NEON EMERALD CHRONO
ราคา 4,700 บาท
SWATCH NEON FLUMOTIONS
ราคา 4,300 บาท
SWATCH NEON SKYCHART
ราคา 2,750 บาท
SWATCH NEON SEPPIA
ราคา 5,700 บาท
SWATCH NEON HIELO
ราคา 4,100 บาท
SWATCH NEON SIGNAL FLAG
ราคา 4,700 บาท
วางจำหน่าย กันยายน 2025
รายละเอียดเพิ่มเติม swatch.com
Initial Thoughts
การกลับมาของ SWATCH NEON Collection ในภาคสามนี้เป็นการตอกย้ำถึงความสามารถของ Swatch ในการนำเสนอความรื่นเริงและสไตล์ที่เหนือกาลเวลาได้อย่างลงตัว การนำนาฬิการุ่นตำนานในยุค 80s และ 90s กลับมาตีความใหม่ด้วยสีสันนีออนที่เข้มข้นและขนาดตัวเรือนที่ใหญ่ขึ้นอย่างรุ่น BIG BOLD ขนาด 47 มิลลิเมตรของ NEON SEPPIA และ NEON HIELO ถือเป็นการปรับตัวให้เข้ากับเทรนด์ร่วมสมัยได้อย่างชาญฉลาด ขณะเดียวกันการคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์อย่างช่องแสดงวันที่ในรุ่น NEON SKYCHART และการพลิกโฉม EMERALD DIVER ให้เป็นโครโนกราฟเต็มรูปแบบ แสดงให้เห็นถึงการเคารพในอดีตพร้อมกับการเพิ่มมูลค่าด้านฟังก์ชันการใช้งาน นาฬิกาเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องบอกเวลา แต่เป็น “ชิ้นงานแฟชั่น” ที่เต็มไปด้วยพลังบวกและความสนุกสนานตามแบบฉบับของ Swatch ซึ่งยังคงรักษาปรัชญา “Positive provocation and joie de vivre” (การยั่วยุในทางบวกและความสุขแห่งชีวิต) ไว้ได้อย่างชัดเจน ถือเป็นการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาความแปลกใหม่จากดีไซน์อันเป็นที่คุ้นเคยในอดีตได้อย่างสมบูรณ์แบบ









