จากรากฐานอันแข็งแกร่งของ Jaeger-LeCoultre ในฐานะ “ผู้รังสรรค์แห่งเรือนเวลา” สู่คอลเลกชัน Master Ultra Thin ที่เป็นดั่งตัวแทนของนาฬิกาเดรสวอทช์สุดคลาสสิกที่สมบูรณ์แบบ ล่าสุดในปี 2025 แบรนด์ได้นำเสนอ Master Ultra Thin Tourbillon Enamel ในเวอร์ชันใหม่ ที่ยังคงความสง่างามตามแบบฉบับ พร้อมยกระดับงานฝีมือให้ไปอีกขั้น โดยนาฬิการุ่นนี้ยังคงเป็นผลงานที่สืบทอดมรดกความเชี่ยวชาญด้านกลไก Tourbillon ของแบรนด์ ซึ่งมีมาตั้งแต่ปี 1946 โดย Jaeger-LeCoultre เป็นหนึ่งในไม่กี่ผู้ผลิตที่สามารถรังสรรค์บาลานซ์สปริงได้เองภายในโรงงาน
นาฬิกาเรือนใหม่นี้โดดเด่นด้วยหน้าปัด Grand Feu Enamel สีเทาแอนทราไซต์ที่งดงามราวภาพวาด ซึ่งรังสรรค์ขึ้นด้วยเทคนิค guilloché แบบลวดลายซันเรย์กว่า 180 เส้น ต้องใช้ช่างฝีมือในการแกะสลักถึง 6 ครั้งรวมเป็น 1,080 เส้น เพื่อให้เกิดเป็นลวดลายที่ละเอียดและสมมาตรอย่างสมบูรณ์แบบ ตัดกับวงหน้าปัดย่อยบอกวันที่ที่ใช้เทคนิค Azurage เพื่อสร้างความแตกต่างทางพื้นผิว เข็มนาฬิกาทรง Dauphine และหลักชั่วโมงถูกติดตั้งบนหน้าปัดอย่างประณีต
ตัวเรือนทรงกลมขนาด 40 มิลลิเมตร หนา 12.13 มิลลิเมตร กันน้ำลึก 50 เมตร ผลิตจากวัสดุ Pink gold 18K มาพร้อมกลไกไขลานอัตโนมัติแบบ In-House Calibre 978 รุ่นล่าสุดที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกลไก Tourbillon ที่มีน้ำหนักเบาไม่ถึง 0.5 กรัม และประกอบด้วยชิ้นส่วนถึง 77 ชิ้น กลไกทำงานด้วยความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง(4Hz) และมีพลังงานสำรองยาวนาน 45 ชั่วโมง มาพร้อมสายหนังจระเข้สีดำเข้าคู่กับตัวล็อกแบบพับสองชั้นจาก Pink gold 18K
Jaeger-LeCoultre Master Ultra Thin Tourbillon Enamel
Ref. Q13224E2
ผลิตจำนวนจำกัด 50 เรือน
ราคา สอบถามที่ Jager-LeCoultre Boutique
วางจำหน่าย กันยายน 2025
รายละเอียดเพิ่มเติม jaeger-lecoultre.com
Initial Thoughts
นี่คือผลงานที่แสดงถึงความเชี่ยวชาญและปรัชญาของ Jaeger-LeCoultre ได้อย่างชัดเจน การนำกลไก Tourbillon ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความซับซ้อนมาผสานเข้ากับความเรียบง่ายของตัวเรือนอัลตร้าธิน ทำให้ความงามของเรือนเวลาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความหวือหวา แต่เกิดจากรายละเอียดที่ซับซ้อนและงานฝีมืออันประณีตบนหน้าปัด Enamel สีเทาแอนทราไซต์ ซึ่งนับเป็นโทนสีที่ทั้งคลาสสิกและร่วมสมัยในเวลาเดียวกัน เป็นนาฬิกาที่สื่อสารความหรูหราอย่างสุขุมและเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับผู้ที่ให้คุณค่ากับงานฝีมือและประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์ และด้วยจำนวนการผลิตที่จำกัดเพียง 50 เรือนทั่วโลก ยิ่งทำให้นาฬิการุ่นนี้เป็นที่ปรารถนาของนักสะสมอย่างแท้จริง








