คอลเลกชัน Royal Oak ที่ยืนหยัดเคียงคู่ประวัติศาสตร์วงการมานานกว่า 5 ทศวรรษ ด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์และเส้นสายที่เฉียบคมได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราที่ผสมผสานความสปอร์ตได้อย่างลงตัว และในปีนี้ Audemars Piguet ได้กลับมาพร้อมกับการนำเสนอผลงานชิ้นเอกที่น่าจับตาอีกครั้ง กับ Royal Oak 41mm Special Edition White Gold “Smoked Blue” ซึ่งตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการนำเสนอความพิเศษเหนือระดับให้กับบรรดานักสะสมและผู้หลงใหลในเรือนเวลา และถือเป็นการสานต่อความสำเร็จและดีเอ็นเอของ Royal Oak ที่เคยสร้างความฮือฮามาแล้วก่อนหน้านี้ อาทิ Royal Oak “Jumbo” Extra-Thin ในโอกาสครบรอบ 50 ปี ที่มาพร้อมโรเตอร์ทองคำสลักโลโก้ “50 ปี” หรือรุ่นพิเศษอื่น ๆ ที่เคยใช้หน้าปัดสีน้ำเงิน “Smoked” ซึ่งเป็นโทนสีที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจากนักสะสม สะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างมรดกอันยาวนานเข้ากับความสดใหม่ที่แบรนด์พยายามนำเสนออยู่เสมอ
หน้าปัดสี “Smoked Blue” อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งไล่เฉดสีน้ำเงินเข้มจากตรงกลางออกไปยังขอบหน้าปัดที่เกือบเป็นสีดำ สร้างมิติและความลึกได้อย่างน่าทึ่ง ลวดลาย “Grande Tapisserie” อันเป็นซิกเนเจอร์ของ Royal Oak ถูกประดับไว้อย่างพิถีพิถัน สะท้อนแสงระยิบระยับเมื่อเคลื่อนไหว หลักชั่วโมงและเข็มทรง Baton Hands ทำจาก White Gold 18K พร้อมเคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova หน้าต่างแสดงวันที่ ตำแหน่ง 3 นาฬิกา และปกป้องด้วยกระจก Sapphire ที่เคลือบสารกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน ตัวเรือนทรงแปดเหลี่ยมอันโดดเด่น ขนาด มิลลิเมตร หนา 10.5 มิลลิเมตร ผลิตจากวัสดุ White Gold 18K ขัดแต่งอย่างประณีตด้วยเทคนิคซาตินและขัดเงา ขอบ Bezel ทรงแปดเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ยึดด้วยสกรูหกเหลี่ยมขัดเงา 8 ตัว ที่สามารถกันน้ำได้ถึง 50 เมตร ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติแบบ In-House Calibre 4302 ที่มาพร้อมกับฟังก์ชันแสดงชั่วโมง, นาที, วินาทีกลาง ทำงานด้วยความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง (4 Hz) และสำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 70 ชั่วโมง สามารถชื่นชมความงามของกลไกผ่านฝาหลังแบบเปิดด้วยกระจก Sapphire ที่เผยให้เห็นโรเตอร์ทองคำ 22K ที่ได้รับการขัดแต่งอย่างสวยงาม และจับคู่มากับสาย White Gold 18K ที่ได้รับการขัดแต่งอย่างประณีตเช่นเดียวกับตัวเรือน มอบความรู้สึกหรูหราและมั่นคงบนข้อมือ พร้อมตัวล็อกแบบพับที่ใช้งานง่ายและปลอดภัย
นอกจากนี้ยังเปิดตัวพร้อมกับรุ่น Royal Oak Selfwiding chronograph 41mm Special Edition ที่มาพร้อมกับหน้าปัดแบบ “Smoke Blue” แกละสลักลวดลาย “Grande Tapisserie” ที่วางรูปแบบหน้าปัดจับเวลารูปแบบ Tri-Compax ที่วางในตำแหน่ง 3-6-9 นาฬิกา ชุดเข็มบอกเวลาและหลักชั่วโมงเคลือบสารเรืองแสง Super Luminova และเข็มจับเวลาทั้งหมดผลิตจากวัสดุ White Gold 18K ใช้กระจกหน้าปัด Sapphire เคลือบตัดแสงสะท้อนสองด้าน ตัวเรือน ขนาด 41 มิลลิเมตร หนา 12.4 มิลลิเมตร กันน้ำลึก 50 เมตร และสายที่ผลิตจากวัสดุ White Gold 18K ขัดแต่งอย่างประณีตด้วยเทคนิคซาตินและขัดเงา ขอบ Bezel ทรงแปดเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ยึดด้วยสกรูหกเหลี่ยมขัดเงา 8 ตัว ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติแบบ In-House Calibre 4401 ทำงานด้วยความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง (4 Hz) และสำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 70 ชั่วโมง และมาพร้อมกับฟังก์ชั่น Flyback Chronograph ที่สามารถจับเวลาและเริ่มต้นใหม่โดยที่ไม่ต้องกดปุ่มหยุดก่อน และจับเวลาได้ต่อยาวนานสูงสุดถึง 12 ชั่วโมง
Audemars Piguet Royal Oak 41mm White Gold Special Edition “Smoked Blue”
Ref.15510BC.OO.1320BC.04 Selfwinding
ราคา 2,623,100 บาท
Ref. 26240BC.OO.1320BC.04 Chronograph
ราคา 3,117,600 บาท
วางจำหน่าย กรกฎาคม 2025
รายละเอียดเพิ่มเติม audemarspiguet.com
Initial Thoughts
ถือเป็นการกลับมาอีกครั้งที่น่าตื่นเต้นสำหรับแฟนๆ Royal Oak หน้าปัดสีน้ำเงินแบบ “Smoked” นั้นเป็นที่นิยมอย่างมาก และการนำเสนอในตัวเรือนทองคำขาว 18K ขนาด 41 มม. ที่แตกต่างออกไปจากรุ่นสแตนเลสสตีลทั่วไป ถึงแม้ว่าการออกแบบจะไม่ได้เป็นการ “ปฏิวัติ” แต่เป็นการปรับปรุงและนำเสนอสีสันยอดนิยมในวัสดุที่หรูหราขึ้น ซึ่งตอบโจทย์นักสะสมที่ต้องการความพิเศษและโดดเด่น การผสมผสานระหว่างหน้าปัด Smoked Blue กับทองคำขาวนั้นลงตัวอย่างน่าประหลาดใจ ให้ลุคที่สุขุม แต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราและสปอร์ตตามแบบฉบับ Royal Oak โดยรวมแล้ว นี่คือนาฬิกาที่สวยงามและน่าสะสม ซึ่งจะยังคงยืนหนึ่งในฐานะไอคอนแห่งโลกเรือนเวลาต่อไปอย่างแน่นอน








