ตำนานของ “Reverso” เริ่มขึ้นจากกีฬาโปโล ณ ประเทศอินเดีย สถานที่เริ่มต้นให้เกิดความคิดการรังสรรค์นาฬิกากลไกที่มีเอกลักษณ์รูปทรง Art Deco และสามารถพลิกกลับหน้าได้ ซึ่งถือกำเนิดขึ้น ด้วยการออกแบบอันเป็นที่จดจำผนวกกับงานฝีมืออันไร้ที่ติ และได้กลายเป็นนาฬิกาที่สามารถนำมาในชีวิตประจำวันของเหล่าผู้ชื่นชอบนาฬิกาชั้นสูง จนเวลาเดินทางมากว่า 90 ปี หลังจาก Reverso เรือนแรกได้ถูกผลิตขึ้นและกลายเป็นนาฬิการุ่น Iconic จากแบรนด์ Jager-LeCoultre
สำหรับนิทรรศการ “The Reverso Stories” ในครั้งนี้ ถูกจัดขึ้น ณ คริสตัล คอร์ท, สยามพารากอน เพื่อเป็นการบอกเล่าเรื่องราวความสร้างสรรค์และวัฒนธรรมสำคัญ พร้อมเบื้องหลังการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ โดยผ่านเรื่องราวทั้ง 4 ส่วน ที่ครอบคลุมการเดินทางของนาฬิการุ่น Iconic มากว่า 90 ปี โดยภายในงาน เริ่มต้นบอกเล่าเรื่องราวผ่าน “Story of an icon” ที่เล่าถึงต้นกำเนิดของ Reverso จากรุ่นแรกเมื่อปี ค.ศ. 1931 จนพัฒนามาถึงปัจจุบัน
ถัดมาในส่วนของเรื่องราวของ “Story of Style & Design” ที่จะแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จักกับศิลปะแบบ Art Deco อันเป็นรากฐานของแรงบันดาลใจในการออกแบบทรงหน้าปัดของ Reverso พร้อมตัวเรือนที่พลิกกลับหน้าได้ Reverso ใช้แรงบันดาลใจนี้ในการออกแบบเรือนเวลาของทั้งคุณผู้ชายและคุณผู้หญิงมากกว่า 9 ทศวรรษ จนกลายเป็นรูปแบบที่เป็นไอคอนิกมาจนถึงปัจจุบัน
ต่อมาที่เรื่องราวของการเดินทางย้อนรอยเส้นทางของ Reverso อย่างต่อเนื่องกับเรื่องราวถัดไป คือ “Story of Innovation” ที่บอกเล่าเรื่องราวของการพัฒนาในด้านนวัตกรรมและความก้าวหน้าในทางเทคนิค การเริ่มต้นแนวคิดการทำนาฬิกาที่พลิกกลับหน้าได้ สู่การออกแบบตัวเรือนของ René-Alfred Chauvot ที่จดสิทธิบัตรเมื่อปี ค.ศ. 1931 เรื่องราวที่น่าสนใจของพาร์ทนี้คือ การพาทุกท่านสู่ต้นกำเนิดของกลไกอันซับซ้อนของผู้ผลิตนาฬิกาชั้นสูง เช่น นาฬิกาหน้าปัดสี่เหลี่ยมที่มาพร้อมฟังก์ชั่น Minute Repeater เรือนแรก, ฟังก์ชั่น Retrograde Chronograph และ กลไก Gyrotourbillon รวมถึงความพิเศษของหน้าปัดที่แสดงสองเวลาผ่านสองหน้าปัดอันเป็นเอกลักษณ์
เรื่องราวสุดท้ายคือ “Story of Craftsmanship” ที่จะสร้างความประทับใจกับทักษะขั้นสูงของช่างเคลือบ Enamail, ช่างผู้จัดเรียงอัญมณี, ช่างแกะสลัก และ ผู้เชี่ยวชาญการสลัก Guilloché ที่ทุกท่านจะได้รับฟังเรื่องราวความทุ่มเทกับทุกผลงานของพวกเขาเหล่านี้ พวกเขาเปรียบหน้าปัดหลังของ Reverso เสมือนเป็นผ้าใบศิลปะที่รอการรังสรรค์ผลงาน โดยดึงศักยภาพสูงสุดที่มีนำมารังสรรค์ผลงานศิลปะอันล้ำค่าและเพียบพร้อมไปด้วยความหมายอันสำคัญ
ในงานนิทรรศการ “The Reverso Stories” ผู้ร่วมงานได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์ของเทคนิคการตกแต่งแบบดั้งเดิมอย่าง “Perlage” หรือสามารถเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “Circular Grain” เทคนิคนี้คือการทำวงกลมเล็ก ๆ ทับซ้อนกันอย่างมีระเบียบบริเวณกลไก ถือเป็นหนึ่งในเทคนิคที่ต้องอาศัยทักษะขั้นสูงในการทำเพราะแรงกดที่พอดีในทุกๆขั้นตอนจะมีผลต่อความสวยงามของผลงาน รวมทั้งยังได้สร้างประสบการณ์ของผู้ร่วมงานสมบูรณ์แบบที่สุด ด้วยขนมและเครื่องดื่มสุดพิเศษจาก 1931 Café ที่เป็นการถ่ายทอดอัตลักษณ์สำคัญของดีไซน์ Art Deco











